HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน


หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 4 เมษายน 2550



ไล่ตามการใช้สารกระตุ้นหลากวิธี

ปลายเดือนมีนาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป โลกต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อหนังสือพิมพ์ เลกิป ของฝรั่งเศสรายงานว่า จากการตรวจตัวอย่างปัสสาวะของเอียน ธอร์พ อดีตนักว่ายน้ำชื่อดังของออสเตรเลียที่ได้ให้ไว้ในช่วงปี 2006 นั้น พบสารกระตุ้นต้องห้ามถึง 2 ชนิด คือ เทสโตสเตอโรน และลูทีนายซิ่ง ฮอร์โมนในระดับที่ผิดปกติ

สารกระตุ้นตัวแรก เป็นฮอร์โมนเพศชายที่ส่วนใหญ่ถูกผลิตขึ้นจากบริเวณลูกอัณฑะ นอกจากนั้นยังถูกผลิตจากต่อม หมวกไตและรังไข่ คือมีในผู้หญิงด้วยแต่จำนวนน้อยกว่า ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนนี้ เป็นตัวทำให้ชายเป็นชาย มีกล้ามเนื้อ มีหนวดมีเครา มีขน เสียงห้าว รวมทั้งมีอารมณ์ทางเพศ ส่วนอีกตัวนั้น เรียกกันทั่วไปว่า แอลเอช เป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างจากต่อมใต้สมอง เมื่อไหลมาตามกระแสเลือดและจับกับรีเซ็พเตอร์หรือตัวรับของมันเรียบร้อย ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมี กระตุ้นให้องค์ประกอบต่างๆของเซลมีการทำหน้าที่มากขึ้น จนเซลเกิดการแบ่งตัวเกิดเป็นเซลใหม่ และเจริญต่อมาเป็นก้อนเนื้อเหลือง


จากข่าวที่ถูกตีพิมพ์ไปทั่วโลก แม้ว่ายังจะต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้กันใหม่อีกครั้ง แต่เจ้าของ 5 เหรียญทองจากโอลิมปิก 2 ครั้งและแชมป์โลกรวม 11 รายการฉายา “เจ้าทอร์ปิโด” วัย 24 ปีคนนี้ ก็ได้รับการรับรองจากสังคม ให้เข้าเป็นสมาชิกสมาคมผู้นิยมใช้สารกระตุ้นต้องห้ามไปเรียบร้อยแล้ว


วงการกีฬาทั่วโลกนั้น ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มีการใช้สารพัดวิธีที่จะเอาเปรียบคู่ต่อสู้อยู่เสมอ องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก หรือ วาดา ( World Anti-Doping Agency – WADA ) ได้ให้ความหมายการใช้สารกระตุ้นว่า เป็นการใช้สารหรือใช้วิธีทางการแพทย์เพื่อเพิ่มสมรรถนะทางร่างกายหรือจิตใจอย่างผิดธรรมชาติ เช่น เพิ่มจำนวนของเม็ดเลือดแดง การเต้นของหัวใจ หรือแม้แต่เพิ่มความมั่นใจในตนเอง ซึ่งก็มีการกำหนดสารต้องห้ามหรือวิธีการที่เข้าข่ายเป็นสารกระตุ้นต้องห้ามเอาไว้ เพราะการใช้สารกระตุ้นหรือวิธีการบางอย่างนั้น นอกจากจะถือว่าเป็นการโกงกัน เล่นเอาเปรียบโดยใช้วิธีการที่คนอื่นๆไม่อาจเข้าถึงได้ ผลการแข่งขันก็ย่อมไม่ได้มาจากโอกาสที่เท่าเทียมกัน ผิดเจตนารมณ์ของการแข่งขันกีฬาชัดๆ


วาดายังมีความต้องการที่จะป้องกันสุขภาพหรือชีวิตของตัวนักกีฬาเองด้วย เนื่องจากการใช้สารกระตุ้นอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย สารหลายชนิดนั้นเสพแล้วติด ซึ่งบ่อยครั้งที่นักกีฬาได้รับคำแนะนำผิดๆจากคนรอบข้าง หรือทั้งๆที่รู้ ก็ยังพร้อมเสี่ยงเพื่อให้ได้ชัยชนะ


ในปัจจุบัน วิธีที่นิยมกันมากก็คือ การเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง ที่เรียกว่า บลัด โดปปิง ( Blood Doping ) โดยนำเลือดกรุ๊ปเดียวกันกับเลือดของนักกีฬามาปั่นให้ตกตะกอน แล้วเอาเฉพาะเม็ดเลือดเก็บไว้ น้ำเลือดน่ะทิ้งไป ต้องเก็บไว้ที่อุณหภูมิลบ 30 องศา เมื่อถึงเวลาต้องการใช้ก็เอาเม็ดเลือดแดงใส่ร่างกาย อัตราความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงจะสูงมาก ก็ทำให้นำอ็อกซิเจนไปสู่กล้ามเนื้อได้มากขึ้น ย่อมส่งผลให้นักกีฬามีความอึดและทำผลงานได้ดี มาพักหลังนี่ ไม่ต้องไปใช้เลือดของคนอื่นให้เสี่ยงต่อไวรัส นักกีฬาใช้เลือดของตนเองเลย

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็ยังเสี่ยงอยู่ อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ ถ้าทำไม่ถูกขั้นตอน หรือเลือดนั้นไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี จัดเก็บอย่างถูกต้อง รวมทั้ง การมีเม็ดเลือดแดงในระดับที่สูงกว่าปกติ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะบกพร่องของระบบประสาทเฉพาะที่อย่างฉับพลันทันใด ซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดมีเลือดออกในสมองหรือการที่สมองขาดเลือด ที่เรียกว่า สโตรค เกิดเส้นเลือดหัวใจอุดตัน หลอดเลือดในสมองมีลิ่มเลือดอุดตัน หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำปอด

นอกเหนือจากที่กล่าวมา ฮอร์โมนจากรกสตรีก็เป็นสารกระตุ้นอย่างดีทีเดียวที่บางคนนำมาใช้ ในอดีตเคยมีนักยิมนาสติกสาวรัสเซียถึงกับยอมใช้วิธีพิสดารด้วยการทำให้ตนเองตั้งครรภ์ เพราะขณะตั้งครรภ์ รกจะสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์หลายตัว มีส่วนสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มพลังของกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม ผลของการใช้วิธีดังกล่าว หลังจากที่การแข่งขันผ่านพ้นไป สาวคนนี้ก็แท้งลูก ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องการตั้งครรภ์นี้เอาผิดไม่ได้ แต่ถ้าใช้ฮอร์โมนจากรกและพิสูจน์ไม่ได้ว่าตั้งครรภ์มีเรื่องแน่นอน ปัจจุบันก็มีการตรวจจับได้ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

พูดถึงตอนนี้ ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า นักกีฬาไทยของเราที่แอบใช้ฮอร์โมนจากรกจนเป็นข่าวอื้อฉาวก็เคยมี และที่ตั้งครรภ์ระหว่างแข่งขันก็มี แต่กรณีหลังนั้น เป็นนักกีฬาพิการสาวที่เจตนาปิดบังข้อมูลที่เธอกำลังท้อง 8 เดือนไปแข่งขันกรีฑาในอาเซียนพาราเกมส์ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ท้องแก่ขนาดนั้นคงไม่ได้ช่วยโดปอะไรได้ มีแต่จะทำให้สมรรถนะลดลงซะมากกว่า แต่เธอก็ยังอุตส่าห์คว้ามาได้ตั้ง 2 เหรียญทอง กับอีก 1 เหรียญทองแดง เธอคนนี้ชื่ออะไร อาจไม่มีใครจำได้ แต่ที่แน่ๆ ลูกที่คลอดออกมานั้นชื่อ “มะนิลา”