|
|
|
|
EYE ON SPORTS โดย กษิติ
กมลนาวิน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 2 พฤษภาคม 2550 ทำไมอาร์แซน เวงเกอร์จึงต้องเป็นเกย์ ย้อนกลับไปตอนที่จอร์จ เกรแฮม ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลถูกลงโทษแบนหนึ่งปีจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เพราะไปรับเงินใต้โต๊ะเกือบครึ่งล้านปอนด์ตอนเซ็นสัญญาซื้อตัวนักเตะเมื่อต้นปี 1995 ทำให้อาร์เซนอลต้องให้สตูเอิร์ต ฮูสตัน ซึ่งเป็นผู้ช่วย ขึ้นมารักษาการไปพลางๆก่อน ผลงานไม่ได้เรื่องหรอก บรูซ ริอ็อค หนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของโบลตัน วอนเดอเรอร์สจึงถูกชักชวนเข้ามาแทน แต่อยู่ได้ปีเดียวก็ทะเลาะกับบอร์ดบริหารของอาร์เซนอลเรื่องงบประมาณซื้อตัวนักเตะ ทำให้ปืนใหญ่ต้องมองหาโค้ชคนใหม่อีกแล้ว เดวิด ดีน รองประธานสโมสรในขณะนั้นได้รับคำแนะนำจากเชราร อุลลิเอ ประธานเทคนิกของสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสว่า อาร์แซน เวงเกอร์ อดีตผู้จัดการทีมโมนาโกวัย 47 ปี มีถิ่นกำเนิดจากสตราสบูร์ก พูดได้ตั้ง 5 ภาษา คนนี้แหละสายตาเฉียบคม เป็นคนที่ปั้นจอร์จ เวอาห์จนเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 1995 ของฟีฟา และกำลังประสพความสำเร็จกับนาโกยา แกรมปัส เอทในเจลีกเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ดีกว่าโยฮัน เคราฟ์และบ็อบบี ร็อบสันที่กำลังมีกระแสข่าวว่าอาจจะมารับหน้าที่คุมทีมต่อ ความจริงดีนรู้จักกับเวงเกอร์มาตั้งนานแล้ว เพราะเวงเกอร์เคยไปชมเกมที่อาร์เซนอลพบกับควีนส พาร์ค เรนเจอร์สที่ฮายเบอรีในปี 1988 หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุ้นเคยกัน ดีนได้เห็นผลงานอันยอดเยี่ยมของเวงเกอร์สมัยคุมทีมโมนาโกมาตลอด เขาจัดแจงเจรจากับแกรมปัส เอท ซึ่งก็ได้รับคำตอบตกลงด้วยวาจาตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล 1996 แล้วว่า ยินดีจะปล่อยตัวเวงเกอร์มาให้ ระหว่างนั้นก็ให้ฮูสตันกลับมารักษาการเดือนกว่า ก่อนที่จะเป็นแพ็ท ไรซ์อีก 2 สัปดาห์ และในที่สุดวันที่ 1 ตุลาคม 1996 อาร์แซน เวงเกอร์ก็เริ่มงานใหม่ในถิ่นฮายเบอรี หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถูกรับน้องใหม่ด้วยข่าวลือแพร่สะพัดว่าเป็นเกย์ และเป็นพวกกามวิปริตชอบร่วมเพศกับเด็กที่เรียกว่า เพโดฟิล ( paedophile ) เสียงร่ำลือเหล่านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมาจากไหนซะอีก ก็จากแฟนๆของท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรร่วมถิ่นลอนดอนทางเหนือไง สองทีมนี้เป็นคู่แค้นกันมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 โดยแต่เดิมสเปอร์ย้ายสนามจากนอร์ธัมเบอร์แลนด์ พาร์คมาอยู่ถิ่นไวท์ ฮาร์ทเลนก่อน ตั้งแต่ปี 1899 หลังจากนั้น อาร์เซนอลก็ย้ายจากวูลลิชมาอยู่ที่อายลิงตันบ้างในปี 1913 ทำให้สองสโมสรคู่แข่งบารมีแห่งกรุงลอนดอน ตั้งอยู่ห่างกันเพียงแค่ 2.5 กิโลเมตรเท่านั้น ต่างก็ต้องแย่งชิงความยิ่งใหญ่ ศักดิ์ศรี ความนิยม อย่างน้อยก็มีผลต่อรายได้จากตั๋วเข้าชมในแต่ละแม็ตช์ รวมทั้งสินค้าที่ระลึกอีกมากมาย จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ปืนใหญ่กับไก่เดือยทองจะเป็นคู่กัดกันตลอดกาล และอะไรที่พอจะเป็นความเสื่อมเสียของฝ่ายตรงข้าม ก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาโพนทะนา โดยเฉพาะในเพลงเชียร์ของสเปอร์ที่ชื่อ Anti Arsenal Songs ถูกแต่งไว้สำหรับล้อเลียน เหยียดหยามเหล่านักเตะและผู้จัดการทีมปืนใหญ่อันมีข้อความกล่าวหาเวงเกอร์อย่างชัดเจนว่าเป็นพวกเพโดฟิล ตัวเวงเกอร์เองเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่อยากตอบคำถามเรื่องเกย์หรือกามวิปริต แต่ท้าให้ตีพิมพ์เลย แล้วคงจะได้มีหลักฐานไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหนักๆ อย่างกรณีของแอชลีย์ โคล อดีตนักเตะกองหลังอาร์เซนอลที่ตกเป็นข่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2006 ลือกันให้สนุกปากว่าเป็นเกย์จนทีมระส่ำไปหมด ตอนนั้นหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ 2 ฉบับคือ นิวส์ อ็อฟ เดอะ เวิร์ลด์ กับเดอะ ซันไปเขียนให้คนอ่านเข้าใจว่าโคลเป็นคู่ขากับเอียน ทอมสัน ดีเจวิทยุ ซึ่งก็โดนฟ้องร้องจนต้องจ่ายค่าเสียหายและขอโทษไปแล้ว แต่ไม่ยักกะฟ้องเว็บไซท์ PinkNews ที่นำรูปมาลงเป็นประจักษ์พยานอย่างชัดเจน เวงเกอร์ออกมาปกป้องโคล โดยกล่าวว่า เขาไม่แคร์หรอกว่านักเตะจะเป็นเพศไหนกันแน่ แต่สนใจที่ฟอร์มการเล่นและความประพฤติในสนามของพวกเขามากกว่า ที่สำคัญ เขาอยากช่วยลบชื่อโคลออกจากทำเนียบเกย์ และยืนยันความเป็นชายเต็มตัวให้โคล ซึ่งตอนนั้นกำลังจะแต่งงานกับเชอริล ทวีดดี นักร้องสาวสมาชิกกลุ่ม Girl Aloud ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2006 เวงเกอร์คุยว่าตนเองตอนอายุ 22 ปีก็เคยอยู่กินกับแฟนสาว แต่ปัจจุบันนี้ก็ไม่เห็นจะมีเมียเป็นตัวเป็นตน แถมเมื่อไม่นานมานี้ ยังมีบทบาทร่วมต่อต้านพวกที่รังแก หยามเหยียดเหล่าชายนิยมชายด้วยกันซะอีก ทำไมจะต้องออกตัวถึงขนาดนั้นก็ไม่รู้ สรุปว่า ตำแหน่งที่ร่ำลือกันนี้ แฟนๆของท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์เป็นคนยัดเยียดแต่งตั้งให้ เขาจึงจำใจต้องเป็น แต่สำหรับพฤติกรรมในชีวิตจริงของอาร์แซน เวงเกอร์นั้น ตราบเท่าที่เราไม่ได้มีถิ่นพำนักอยู่ในลำไส้ใหญ่ของ the Professor ก็คงจะยืนยันไม่ได้ว่าหมอนี่เป็นเกย์ หรือนิยมการมีสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กหรือไม่ |