HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน


หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 16 พฤษภาคม 2550



รับเหรียญทอง แต่ไม่บรรเลงเพลงชาติให้นะ



ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นับเป็นยุคที่การแข่งขันกีฬากลับมาเป็นที่นิยม หลังจากที่ว่างเว้นไปนานหลายร้อยปี อย่างเช่นในศตวรรษที่ 15 สมัยที่ฝรั่งยังขูดต้นไม้หาหวยอยู่ ก็เป็นที่เกรงกันว่า แหล่งน้ำเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรค ทำให้ผู้คนเจ็บป่วยล้มตาย ทุกคนจึงกลัวการลงน้ำ ดังนั้นกีฬาทางน้ำ ลืมไปได้เลย ส่วนกีฬาชนิดอื่นๆนั้นก็ด้วยเหตุผลนานาประการ ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณท่านบารง ปิแอร์ เดอ กูแบร์แต็ง (Baron Pierre de Coubertin) นักการศึกษาและนักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่เป็นผู้ชุบชีวิตกีฬาโอลิมปิกขึ้นมา จนเกิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซในปี 1896

นักกีฬาส่วนมากก็อยู่ในวัยเรียนกันทั้งนั้น ดังนั้นในระยะไม่ห่างกันมาก จึงมีการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัย โดยสหรัฐอเมริกาเป็นชาติแรกที่จัดขึ้นในปี 1905 ซึ่งตอนนั้นก็มีไม่กี่ประเทศที่เข้าร่วม เช่น อังกฤษกับสวิตเซอร์แลนด์ ยังไม่ถือว่าเป็นกีฬามหาวิทยาลัยระดับโลก และก็ไม่ได้มีองค์กรอะไรเป็นหลักเป็นแหล่งเหมือนกับทางโอลิมปิกที่มีคณะกรรมการโอลิมปิกสากลเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 1894

ในเดือนพฤษภาคม 1923 ช็อง เปอตีช็อง (Jean Petitjean) คนนี้ก็ชาวฝรั่งเศสอีกนั่นแหละ เขาจัดการแข่งขันกีฬานักศึกษาโลกขึ้นที่กรุงปารี ประเทศฝรั่งเศส ยังผลให้ในปีรุ่งขึ้นจึงมีการก่อตั้งสมาพันธ์นักศึกษานานาชาติ (International Confederation of Students - ICS) ขึ้นมารองรับการจัดการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งก็ดำเนินต่อมาเรื่อย โดยชาติในยุโรปต่างก็หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ดูท่าว่าจะดี แต่ในปี 1939 สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เข้ามาขัดจังหวะ

หลังสงครามโลกก็เข้าสู่ยุคสงครามเย็น ก็มีการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่สหภาพนักศึกษานานาชาติ (International Students Union - ISU) ซึ่งเป็นผู้จัดฯดันเลือกเอาเพียงประเทศจากค่ายตะวันตก ซึ่งก็มีประเทศเข้าร่วมแข่งขันหร็อมแหร็ม ตอนนั้นสหพันธ์กีฬามหาวิทยาลัยโลก ที่เรียกกันสั้นๆว่า “ฟีซู” (F้d้ration Internationale du Sport Universitaire - FISU) เกิดขึ้นในปี 1949 องค์กรนี้จัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเหมือนกันในชื่อ International University Sports Weeks ก็ไม่ได้เรื่องหรอก เพราะยังมีแต่ประเทศทางตะวันตก ต่อมาในปี 1957 สหพันธ์กีฬาฝรั่งเศสก็จัดการแข่งขันขึ้นมาอีกรายการหนึ่งคือ World University Sports Championship คราวนี้เรื่องการเมืองไม่สน มีทั้งค่ายตะวันตกและตะวันออก ทำให้ทั้ง FISU และ ISU เกิดความคิดอยากจะให้มีกีฬาที่ไม่มีอุปสรรคใดมาขวางกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ลัทธิความเชื่อ หรือรูปแบบการเมืองการปกครองที่ต่างกัน นักศึกษาจากทั่วโลกสามารถร่วมการแข่งขันได้ ทั้งสององค์กรร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกในชื่อ “ยูนิเวอร์ซิอาด” (Universiade) ขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองโตรีโน หรือที่เราคุ้นในชื่อเมืองตูริน ประเทศอิตาลีในปี 1959 และก็จัดกันทุกๆ 2 ปีจนถึงทุกวันนี้

สิ่งที่ดีอย่างหนึ่งก็คือ เนื่องจากไม่ต้องการมีภาพของการแบ่งเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์กันให้มากนัก เวลานักกีฬารับเหรียญรางวัลแล้ว ตามประเพณีจะต้องมีการบรรเลงเพลงชาติของคนที่ได้เหรียญทอง แต่สำหรับกีฬามหาวิทยาลัยโลก เขาก็ไม่ยักใช้เพลงชาติ กลับไปใช้เพลง De Brevitate Vitae แทน เพลงนี้บางคนก็เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Gaudeamus igitur ซึ่งก็มาจากเนื้อร้องบรรทัดแรกนั่นเอง ดั้งเดิมนั้นเป็นภาษาลาติน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 พอถึงศตวรรษที่ 18 มีการแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งในปัจจุบันนี้ เขามักเปิดเพลงนี้ในพิธีฉลองรับปริญญา

แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันระดับมหาวิทยาลัย แต่อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า นักกีฬาทั่วๆไป เขาก็อยู่ในวัยเรียนกันทั้งนั้น กีฬาบางชนิดนั้นยิ่งเป็นกีฬาที่นิยมในระดับมหาวิทยาลัยซะด้วย ยูนิเวอร์ซิอาดจึงแทบไม่ต่างไปจากโอลิมปิกเกมส์เลย ปีนี้กีฬามหาวิทยาลัยโลกจะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 24 แล้ว และประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 8-18 สิงหาคม มี 15 ชนิดกีฬาที่นักศึกษาจาก 122 ประเทศทั่วโลกนับหมื่นคนจะเดินทางมาร่วมชิงชัยที่กรุงเทพมหานคร เราคงต้องตระหนักว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นงานที่หนักของทีมไทยอย่างแน่นอน ไอ้ที่หวังว่าจะคว้าเหรียญทองมานั้น ไม่ง่ายหรอก

อ้อ ก่อนที่จะถึงเดือนสิงหาคม ราวสัปดาห์นี้แหละ สปอตโฆษณาคงจะเริ่มมีออกมาให้ชมกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะทางช่องอีเอ็สพีเอ็น ซึ่งก็จะมีสปอร์ต ฮีโรของไทยเราเป็นพรีเซนเตอร์ทั้ง “ปิ๊ก” ดนัย อุดมโชค “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย “แมน” บุญศักดิ์ พลสนะ และ “วิว” เยาวภา บุรพลชัย ติดตามชมก็แล้วกัน