|
|
|
|
EYE ON SPORTS โดย กษิติ
กมลนาวิน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 23 พฤษภาคม 2550 โรล็อง การ์โรส กับ ชามสลัดทหารเสือ “ โรล็อง การ์โรส ” ( Roland Garros ) หรือ เฟรนช์ โอเพน นับเป็นสุดยอดรายการเทนนิสบนคอร์ทดิน และเป็น 1 ใน 4 แกรนด์ สแลมของโลก กำลังจะเริ่มเปิดฉากขึ้นเป็นครั้งที่ 106 ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ฝรั่งเศสเริ่มจัดการแข่งขันขึ้นตั้งแต่ปี 1891 ในระยะแรกนั้น เขายังใช้สนามแข่งขันที่สโมสร 2 แห่งคือ เลอ สตาด ฟร็องเซ ( Le Stade Fran็ais ) และ เลอ ราซิง คลับ เดอ ฟร็องซ์ ( le Racing Club de France ) เพิ่งจะมาได้ชื่อ โรล็อง การ์โรส ในปี 1928 จากชื่อสนามที่ย้ายไปทำการแข่งขัน ซึ่งสนามนี้ก็ได้รับการตั้งชื่อเป็นที่ระลึกแก่นักบินชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง โดยในปีนั้น ทางสโมสร เลอ สตาด ฟร็องเซได้มอบที่ดินบริเวณขอบกรุงปารีใกล้ๆกับ ลา ปอรต์ โดเตย ( la Porte d’ Auteuil ) ให้สมาพันธ์เทนนิสฝรั่งเศสเพื่อสร้างสนามเทนนิสแห่งใหม่สำหรับการแข่งขันเทนนิส เดวิส คัพที่ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องใช้ชื่อสมาชิกของสโมสรมาตั้งเป็นชื่อสนาม ในรายละเอียดยังระบุอีกว่า สมาชิกคนนั้นต้องเสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ซึ่งในที่สุดก็ไปพบชื่อสมาชิกสโมสรคนหนึ่งที่ตายไปแล้วตั้งแต่ปี 1918 หมอนี่เป็นนักบินเรืองนามชื่อว่า โรล็อง การ์โรส ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นั้น เป็นยุคบุกเบิกของเครื่องบิน สมรรถนะของเครื่องยนต์ยังไม่แน่นอนหรอก ติดๆดับๆได้ตลอดเวลา ซึ่งโรล็อง การ์โรสก็สามารถสร้างสถิติบินข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้สำเร็จเป็นคนแรกเมื่อวันที่ 23 กันยายน 1913 ด้วยเวลา 7 ชั่วโมง 53 นาที แม้เครื่องจะดับไป 2 ครั้งก็ตาม ตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาก็ยังสร้างชื่อกระฉ่อนด้วยการสอยเครื่องบินเยอรมันตกเป็นว่าเล่น โดยสมัยนั้น การต่อสู้ทางอากาศยังค่อนข้างมั่วๆ ไม่มีรูปแบบ ไม่มีการติดตั้งปืนบนเครื่องบิน ต้องสู้กันด้วยการบินเข้าด้านหลังเครื่องบินข้าศึก แล้วยิงเอาฝ่ายเดียว ลำหน้าไม่สามารถยิงตอบโต้ อย่างนี้ภาษาสงครามทางอากาศเรียกว่า หมาไล่กัดหางกัน หรือ ด็อกไฟท์ ( Dogfight ) แล้วถ้ายิงไม่ดี กระสุนก็อาจจะไปโดนใบพัดของตนเอง หรือไม่งั้นก็ต้องใช้วิธีบินเข้าใกล้ลำของข้าศึก แล้วชักปืนยิงเอาดื้อๆ ดังนั้น ใครที่ขึ้นไปต่อสู้บนท้องฟ้าแล้ว คาดเดาได้ยากว่าจะได้รอดชีวิตกลับลงมา เมื่อรู้อย่างนี้ โรล็อง การ์โรส กับ เรมง โซนิเอ ( Raymond Saulnier ) เพื่อนของเขาซึ่งเป็นวิศวกรผลิตเครื่องบินก็ร่วมกันประดิษฐ์แผ่นโลหะติดที่ใบพัดเพื่อหักเหกระสุน แล้วทำการติดตั้งปืนกลด้านหน้าเครื่อง จากนั้นวันที่ 1 เมษายน 1915 ก็ขึ้นบินไล่ล่าหาเหยื่อรายแรก วันนั้นเครื่องบินแบบ Albatros B II ของเยอรมนีผ่านเข้ามา โรล็อง การ์โรสนำเครื่องมุ่งหน้าปรี่เข้าหาทันที ซึ่งสร้างความงุนงงให้กับนักบินเยอรมันเป็นอย่างมาก แล้วเขาก็สอยร่วงด้วยการยิงผ่านใบพัดเครื่องบินตนเอง อีก 2 สัปดาห์ต่อมา เขายิงเครื่องบินเยอรมนีตกอีกหลายลำ แต่ความสำเร็จนี้อยู่กับเขาเพียงช่วงสั้นๆ เพราะเขาเองก็ถูกยิงร่วงในวันที่ 18 เมษายน 1915 และถูกจับเป็นเชลย ทำให้พวกเยอรมันพบสิ่งประดิษฐ์ของเขาและนำมาสร้างเลียนแบบ ในปี 1918 โรล็อง การ์โรสหนีค่ายเชลยศึกได้สำเร็จและกลับมาประจำการในกองทัพอีก คราวนี้เขาถูกยิงตกและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1918 ส่วนเรื่องโทรฟีสำหรับแชมป์ชายเดี่ยวนั้น ต้องย้อนกลับไปในปี 1927 ตอนที่ทีมเทนนิสฝรั่งเศสซึ่งประกอบด้วย ชัก บรูญง ( Jacques "Toto" Brugnon ) ช็อง โบโรตรา ( Jean Borotra ) อ็องรี โกเช ( Henri Cochet ) และ เรอเน ลากอสต์ ( Ren้ Lacoste )ไปแข่งเดวิส คัพที่สหรัฐอเมริกา แมตช์สำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายเลยว่า ฝรั่งเศสจะคว้าแชมป์ได้หรือไม่ เป็นแมตช์ระหว่างเรอเน ลากอสต์กับบิลล์ ทิลเดน ( Bill Tilden ) สุดยอดตำนานเทนนิสอเมริกันซึ่งกำลังฮ็อตสุดๆในยุคนั้น ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น กัปตันทีมบอกกับลากอสต์ว่า เอาชนะให้ได้นะ เดี๋ยวจะมีรางวัลให้ ซึ่งลากอสต์เป็นคนชื่นชอบกระเป๋าหนังจระเข้อย่างแรง จึงเอ่ยปากไปว่า ขอเป็นกระเป๋าหนังจระเข้ก็แล้วกัน วันนั้น เรอเน ลากอสต์ใช้วิธีการเสิร์ฟแบบสไลซ์ที่วางแผนมาสู้กับทิลเดนโดยเฉพาะ เขาสามารถเอาชนะแมตช์นั้น ทำให้ทีมเทนนิสฝรั่งเศสคว้าแชมป์เดวิส คัพได้สำเร็จ เรอเน ลากอสต์กลายเป็นฮีโรของทีม และนับแต่นั้นมา เพื่อนๆก็จะเรียกลากอสต์ว่า “ ไอ้เข้ ” มาตลอด ถือเป็นชื่อเล่นหรือฉายาประจำตัวไปเลย จนเขามาเลิกเล่นเทนนิสเมื่ออายุได้เพียง 25 ปีเพราะปัญหาสุขภาพทำให้ฝีมือตก แล้วเขาก็เข้าสู่วงการธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา ผลิตชุดกีฬาภายใต้ยี่ห้อที่ใช้ชื่อของเขาเองคือ ลากอสต์ ( Lacoste ) และมีตราสัญลักษณ์เป็นชื่อเล่นที่เรียกกันในหมู่เพื่อนๆคือรูปจระเข้นั่นเอง การไปคว้าแชมป์เทนนิสเดวิส คัพที่สหรัฐอเมริกาครั้งนั้นเป็นที่ฮือฮามาก เพราะก่อนหน้านั้น สหรัฐครองความเป็นจ้าวมา 7 ปีติดต่อกันแล้ว ส่งผลให้วงการเทนนิสฝรั่งเศสคึกคักขึ้น และฝรั่งเศสก็ยังได้แชมป์อีก 5 สมัยต่อมาด้วย ตามประเพณีของฝรั่งเศสนั้น กลุ่มนักกีฬาทีมชาติ ไม่ว่ากีฬาชนิดใดก็ตาม ถ้าสร้างความเกรียงไกรให้ประเทศชาติแล้วละก็ มักจะถูกเรียกว่า “ เล มุสเกอแตร์ ” ( Les Mousquetaires ) แปลว่า ทหารเสือ ซึ่งทีมเดวิส คัพชุดนั้นก็ถูกเรียกขานเช่นนี้ ต่อมาจึงนำคำว่า เล มุสเกอแตร์นี้มาตั้งเป็นชื่อโทรฟีที่ทำด้วยเงิน เป็นรูปชามสลัด เรียกว่า ชามสลัดทหารเสือ เพื่อมอบให้แก่แชมป์ชายเดี่ยวเทนนิส โรล็อง การ์โรส |