|
 |
EYE ON SPORTS โดย กษิติ
กมลนาวิน
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 6 มิถุนายน 2550
สิงโต โอลิมปิค เกมส์ 2012
ถัดจากโอลิมปิค เกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนในปีหน้าแล้ว
ก็เป็นคิวของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษที่จะเป็นเจ้าภาพบ้างในปี 2012
ซึ่งก็นับเป็นหนที่ 3 แล้วที่เดอะ ธรี ไลออนส์ได้รับเกียรตินี้
กรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิค เกมส์ครั้งที่ 4 เป็นคราวแรกในปี 1908
ครั้งที่ 2 ตั้งใจไว้ในปี 1944 แต่มีสงครามโลกครั้งที่ 2
เกิดขึ้นซะก่อน โอลิมปิค เกมส์ครั้งที่ 13 ก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย
จนเมื่อจบสงครามโลก กรุงลอนดอนจึงกลับมาเป็นเจ้าภาพหนที่ 2 ในโอลิมปิค
เกมส์ครั้งที่ 14 ปี 1948
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันที่มีท่านบารอน
เซบาสเตียน โคว์ อดีตนักกรีฑาเหรียญทองโอลิมปิคเป็นประธาน
ได้งัดเอาโลโก้ใหม่ออกมาอวดสายตาชาวโลก
ซึ่งจะใช้แทนของเก่าที่ค่อนข้างเห่ยเหลือเกิน
แต่ก่อนตอนที่ยังเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ท่านบารอน โคว์
คนนี้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไปเสนอตัวแข่งขัน
แล้วพอกรุงลอนดอนได้รับเลือก
จึงกระเถิบฐานะขึ้นเป็นประธานจัดการแข่งขัน

โลโก้ใหม่นี้ใช้ตัวเลข 2012 เป็นหลัก มีทั้งหมด 4 สีให้เลือกใช้
ทั้งสีชมพู สีน้ำเงิน สีเขียวและสีส้ม ภายในจะมีคำว่า london
กับห่วงโอลิมปิค 5 ห่วง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนที่มองตัวเลข 2012 ดังกล่าว
ก็คงจะเห็นว่ามันถูกจงใจประดิษฐ์ให้เป็นรูปสิงโตด้วย สัญลักษณ์ใหม่นี้
หมดค่าจ้างออกแบบไป 400,000 ปอนด์ หรือประมาณ 28 ล้านบาทเอง
จะว่าต้องใช้สมองคิดอย่างแรง มันก็ใช่อยู่หรอก
แต่ว่าราคาเหลือเกินจริงๆ ผมว่าไอ้เม้งมันก็ออกแบบได้นะ
ขีดๆเขียนๆแบบนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะให้คุ้มค่ากระมัง
ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันก็จะใช้โลโก้อันนี้สำหรับพาราลิมปิค
เกมส์ที่กรุงลอนดอนต้องรับเป็นเจ้าภาพด้วย
ก็ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้โลโก้เดียวกันใน 2 เกมส์
เมื่อพูดถึงโอลิมปิค เกมส์ที่กรุงลอนดอนแล้ว ผมก็นึกขึ้นได้ว่า
ที่นี่แหละที่เป็นต้นกำเนิดของระยะทาง 42.195 กิโลเมตร หรือ 26 ไมล์
กับอีก 385 หลา เป็นมาตรฐานสำหรับการแข่งขันวิ่งมาราธอนตั้งแต่ปี 1908
มาจนถึงปัจจุบัน โดยการแข่งขันวิ่งมาราธอน
เป็นรายการวิ่งแข่งที่มีระยะทางไกลที่สุด ซึ่งแม้จะวัดกันด้วยเวลา
แต่คนที่จะแข่งขันรายการนี้ต้องมีความทรหดเป็นเลิศ
ปอดจะทำด้วยวัสดุใดไม่ต้องระบุ เอาให้แกร่งกว่าคนธรรมดาก็แล้วกัน
ไม่ใช่จะหวังอาศัยความเร็วเป็นหลัก จะพลอยวิ่งไม่ถึงครึ่งทางเอา
รายการมาราธอน มักถูกจัดแข่งเป็นรายการสุดท้ายในกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อน
ซึ่งระยะทางมาราธอนของเดิมนั้น
ก็มาจากระยะทางที่ทหารกรีกวิ่งจากเมืองมาราธอนไปสู่เมืองเอเธนส์
เพื่อบอกข่าวว่า กองทัพของพวกเขาชนะสงครามพวกเปอร์เซียนแล้ว
ตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ เมื่อ 490 ปีก่อนคริสตกาล
พระเจ้าดาริอุสมหาราชนำกองทัพพวกเปอร์เซียนเข้ามารุกรานกรุงเอเธนส์เป็นประจำ
ทางฝ่ายกรุงเอเธนส์มีแม่ทัพคือ นายพลมิลทิอาดิส ( Miltiades )
ได้ยกทัพไปยันไว้ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งที่นั่นเป็นที่ราบ
มีหมู่บ้านชื่อ มาราธอน หลังจากเอเธนส์ได้รับชัยชนะ
ทางกองทัพก็ส่งทหารนายหนึ่งเป็นม้าเร็ววิ่งกลับมายังกรุงเอเธนส์เพื่อบอกข่าว
ด้วยความตื่นเต้น ดีใจ หมอนี่วิ่งรวดเดียวร่วม 40
กิโลเมตรโดยไม่หยุดพัก และสมัยนั้นคงไม่มีจุดให้น้ำระหว่างทางด้วย
เมื่อบอกข่าวชัยชนะเสร็จ แกก็ขาดใจตายทันที
การที่กรุงเอเธนส์ได้รับชัยชนะครั้งนั้นก็ส่งผลให้รอดพ้นจากการเสียเมือง
แถมหลังจากนั้นราว 10 ปี
ยังยกทัพไปตีพวกเปอร์เซียนแตกยับเยินอย่างเด็ดขาดอีกด้วย หลังจากนั้น
ชาวเอเธนส์ได้นำศพของทหารคนนี้ไปฝังไว้บนเนินที่เมืองมาราธอน
เพื่อระลึกถึงวีรกรรมอันทรหดของเขา
เมื่อกาลเวลาผ่านไป สภาพภูมิประเทศ บ้านเมือง
ถนนหนทางก็เปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างไปบ้างตามกาลเวลา
การตัดถนนก็ไม่ต้องลดเลี้ยวเคี้ยวคดมากแบบสมัยก่อน
ทำให้ระยะทางระหว่างมาราธอนถึงกรุงเอเธนส์ในปัจจุบันนี้กลับน้อยกว่า 40
กิโลเมตรซะอีก เจ้าระยะทาง 42.195 กิโลเมตรนั้น
ความจริงก็มาเริ่มกำหนดขึ้นใหม่ในโอลิมปิคเกมส์ที่กรุงลอนดอนในปี 1908
นี่เอง มันคือระยะทางจากพระราชวังวินเซอร์ไปสู่โอลิมปิค
สเตเดียมนั่นเอง
|