HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 



EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน


หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 27 มิถุนายน 2550



เพรอมิเอ ลีก ไม่ใช่ พรีเมียร์ ลีก



นับจากครั้งแรกที่สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตีประกาศหาผู้ที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน เรย์ แรนซัน อดีตนักเตะแมน ซิตี ซึ่งร่ำรวยจากธุรกิจขายประกันหลังจากเลิกอาชีพค้าแข้งก็เป็นคนหนึ่งที่แสดงตนอย่างชัดเจนว่าอยากเป็นเจ้าของเรือใบสีฟ้า หมอนี่เคยพยายามจะซื้อสโมสรอัสตัน วิลลามาแล้ว แต่ไม่สำเร็จ และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ได้ยื่นข้อเสนอซื้อสโมสรเก่าของเขา หลังจากนั้นไม่กี่วัน มีการเปิดเผยว่าพันตำรวจโททักษิณ ชิณวัตรก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความสนใจจับจองเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ เมื่อแรนซันคุยกันกับบอร์ดบริหารสโมสรไม่รู้เรื่อง ทำให้เรื่องทางนั้นจบลง โดยเขาถอนข้อเสนอการเทคโอเวอร์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ตอนนี้ความหวังของเรือใบสีฟ้าก็เหลือเพียงมหาเศรษฐีอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย

จากตัวเลขเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2007 สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตีมีมาร์เก็ต แค็พ 22.72 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท และสโมสรทำกำไรก่อนหักภาษี นับถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2006 เป็นจำนวน 16.97 ล้านปอนด์ มาร์เก็ต แค็พ ( Market Cap ) ที่ว่านี้มาจากคำว่า Market Capitalization หมายถึงมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดคือ มูลค่าตามราคาตลาดของหลักทรัพย์ของสโมสร คำนวณจากราคาปิดของหุ้น คูณด้วยจำนวนหุ้นซึ่งมีอยู่ประมาณ 54 ล้านหุ้น มาร์เก็ต แค็พนี้มักใช้สำหรับแสดงขนาดของหุ้น นั่นก็ทำให้พอจะรู้ว่าสโมสรฟุตบอลแห่งนี้มีสินทรัพย์และศักยภาพในการทำรายได้ประมาณเท่าไร อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา บอร์ดบริหารสโมสรประกาศว่าได้รับข้อเสนอของพันตำรวจโททักษิณแล้วที่ราคา 81.6 ล้านปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 5,700 ล้านบาท เรื่องเงินๆทองๆจะเท่าไรก็ว่ากันไปสำหรับคนมีเงิน เราคิดไปคงปวดหัว เก็บสมองเอาไว้คิดเรื่องรัฐธรรมนูญดีกว่า

แมนเชสเตอร์ ซิตีเป็นสโมสรเก่าแก่ ก่อตั้งในปี 1880 แต่กวาดแชมป์มาได้โหรงเหรง เปรียบกับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรคู่ปรับร่วมเมืองไม่ได้เลย เคยตกอับอย่างแรงเมื่อปี 1996 แมน ซิตีร่วงลงไปเล่นอยู่ในดิวิชั่น 1 ทนบักโกรกเล่นอยู่ 2 ฤดูกาล นึกว่าจะดี สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก คราวนี้หลุดไปอยู่ดิวิชั่น 2 นับว่าเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์อังกฤษที่เคยขึ้นถึงแชมป์ยุโรปคือได้ European Cup Winners' Cup ในปี 1970 แต่ต้องหล่นลงไปเล่นบอลระดับชั้น 3 ของประเทศอังกฤษ หลังจากดิ้นรนกลับขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุดจนได้ ผลงานก็ยังไม่ค่อยดี โดยเฉพาะฤดูกาลล่าสุดที่เพิ่งจบไป แมนเชสเตอร์ ซิตีสร้างสถิติบู้บี้ให้เป็นสง่าแก่สโมสรด้วยการทำประตูในบ้านตนเองตลอดฤดูกาลได้น้อยที่สุดเพียง 10 ประตู หากพันตำรวจโททักษิณสามารถเข้ามาบริหารให้เรือใบสีฟ้าเบียดแซงหรือขึ้นมายืนเทียบเท่ากับแมนยูได้สำเร็จ ก็คงต้องสดุดีท่าน

ผมนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนี้ วันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันครบรอบวันที่ มาร์ก วิเวียง โฟเอ ( Marc-Vivien Fo้ ) มิดฟิลด์ผิวสีทีมชาติคาเมรูน ซึ่งแมน ซิตียืมตัวมาจากสโมสรโอแล็งปิก ลีอ็อนเนเสียชีวิตกลางสนามในการแข่งขันฟุตบอล Confederations Cup ในปี 2003 เนื่องจาก โฟเอ เคยสวมเสื้อหมายเลข 23 ให้กับแมน ซิตี ดังนั้นเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้เขา เสื้อหมายเลขนี้จึงถูกยกเลิก ไม่ให้ใครสวมใส่อีกต่อไปนับแต่ปีเกิดเหตุสลดดังกล่าว

สำหรับเมืองแมนเชสเตอร์นั้น ฝรั่งเขาถือว่าเป็นเมืองหลวงของพวกเกย์ในทวีปยุโรปเลยเชียว มีถนนคานัล ( Canal Street ) เป็นแหล่งใหญ่ที่ชุมนุมของพวกโฮโมเซ็กชวล ตลอดถนนสายนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ บาร์ ผับของชาวเกย์ทั้งสิ้น เขามักมีเทศกาลต่างๆซึ่งผู้คนจากทุกมุมโลกจะแห่แหนกันมาเที่ยว นับว่าเป็นแหล่งเกย์ที่คึกคักที่สุดในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเกย์ ไพรด์ หรือแมนเชสเตอร์ ไพรด์ ดังนั้นใครที่ไม่ได้นิยมทางนี้ก็ควรระมัดระวังอย่าพลัดหลงเข้าไปในถิ่นนี้เด็ดขาด

ไหนๆคนไทยเราจะเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลของอังกฤษแล้ว ก็อยากจะบอกว่า เมื่อปี 1992 สมาคมฟุตบอลต้องการยกระดับฟุตบอลลีกในประเทศให้ดีขึ้น โดยเปลี่ยนชื่อจากดิวิชั่น 1 แล้วแยกออกมาให้ชัดเจน คำในภาษาอังกฤษคงไม่มีแล้ว ในที่สุดก็ไปพบคำที่มาจากภาษาฝรั่งเศสนั่นคือ เพรอมิเอ ( Premier ) ซึ่งตรงกับ First ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ที่หนึ่ง บางครั้งเขาก็ใช้เรียกตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ว่า “เพรอมิเอ” แทนที่จะเรียกยาวๆ ว่า ไพรม์ มินิสเตอร์ สรุปว่าอังกฤษนำคำนี้มาใช้เป็นชื่อลีกสูงสุด แล้วคนอังกฤษทุกคนก็ให้เกียรติเจ้าของภาษาด้วยการออกเสียงแบบฝรั่งเศส เรียกว่า “ เพรอมิเอ ลีก ” ส่วนผู้จัดการทีมตัวเก็งของแมน ซิตี ที่เป็นอดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษชาวสวีเดนนั้น ก็ควรออกเสียงชื่อเขาแบบสวีเดนให้ถูกว่า “ ซเวน เยอรัน เอริกซอน ”