HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 
 EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน


หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 18 กรกฎาคม 2550



เลอ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ 3/3



ในการแข่งขันจักรยานทางไกล เลอ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ สเตจสุดท้ายนั้น เรียกว่า กร็อง ฟีนาล บรรดานักปั่นน่องเหล็กจะต้องไปเข้าเส้นชัยบนถนนช็อง เซลีเซ ( Avenue des Champs-ษlys้es ) ซึ่งแม้จะได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก แต่ถนนสายนี้ก็ไม่ได้เรียบเนียนอย่างที่ใครๆคิดกันหรอก เพราะไม่มีการเทปูนแบบในสมัยใหม่ แต่เขาปูพื้นด้วยหินเป็นก้อนๆ ซึ่งแต่ละก้อนจะถูกสกัดอย่างหยาบๆ พอให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ขนาดกว้างยาวประมาณหน้าปกแผ่นซีดี เอามาวางเรียงกัน ถนนแบบนี้เรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า ปาเว นิยมสร้างกันตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว

ชื่อช็อง เซลีเซ นั้น มาจาก “ เอลูเซีย ” ( Elusia ) ในภาษากรีก แล้วเรียกเป็นภาษาลาตินว่า “ เอลีซีอุม ” ( Elysium ) แปลว่า เกาะแห่งความสุข ที่ซึ่งวีรบุรุษและวิญญาณที่บริสุทธิ์จะได้ทอดกายอย่างสุขสงบ ก็คือ สรวงสวรรค์นั่นเอง เดิมที่บริเวณนี้เป็นทุ่งหญ้ารกร้างว่างเปล่า เริ่มสร้างเป็นเส้นทาง มีการตกแต่งให้สวยงามโดยปลูกต้นไม้เรียงรายสองข้างถนนตั้งแต่ปี 1616 ในสมัยพระนางมารี เดอ เมดิชี มเหสีเชื้อสายอิตาลีจากเมืองฟีเรนเซหรือฟลอเรนซ์ของกษัตริย์อ็องรี ที่ 4 แล้วในปี 1667 กษัตริย์ลุย ที่ 14 ทรงให้ อ็องเดร เลอ โนตร์ คนที่เนรมิตสวนในพระราชวังแวร์ไซย์ ทำการต่อเติมจากพระราชวังตุยเลอรี ทำเป็นทางเดินกว้างขวางใหญ่โตออกมาสวยงามมาก สมัยนั้น เขาเรียกถนนสายนี้ว่า กร็อง ตัลเล ดู รูล ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น อาเวอนู เดอ ลา กรีย์ รัวยาล และเพิ่งมาได้ชื่อ ช็อง เซลีเซ ก็ในปี 1694 ถนนสายนี้นับจากลานกงกอรด์หรือคองคอร์ด ถึงประตูชัย มีระยะทาง 1,800 เมตร ปัจจุบัน สองฟากถนนเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ มีสถานกาบาเรโชว์สุดยอดของโลกอย่าง ลิโด รวมทั้ง สำนักงานการท่องเที่ยวของไทย และสำนักงานบริษัทการบินไทยที่มีสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ “ ศาลาแก้ว ” ก็ตั้งอยู่บนถนนสายนี้ด้วย

เมื่อการแข่งขันเดินทางมาถึงสเตจสุดท้าย ซึ่งความจริงก็มักจะรู้ผลกันแล้วว่า ใครจะเป็นผู้ชนะเวลารวม เหลือให้ลุ้นเพียงเสื้อสีเขียวสำหรับผู้ชนะคะแนนรวมในประเภทสปรินท์เท่านั้น ดังนั้น คนที่นำเวลารวมเพียงแต่ประคับประคองตัวให้เกาะกลุ่มเข้าไว้ก็พอ เขาจะเริ่มสเตจด้วยการฉลองชัยกันก่อน โดยให้ทีมที่กำลังนำเวลารวมร่วมกันดื่มช็องปาญ ปั่นไปดื่มไป มีการถ่ายรูป แอ๊คท่าอย่างครื้นเครง ก่อนที่จะเริ่มปั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ไอ้เหล้าที่ทำจากองุ่นนี้ พี่ไทยเรียกตามภาษาอังกฤษว่า แชมเปญ ความจริงเป็นเหล้าที่ผลิตในแคว้นช็องปาญของฝรั่งเศสครับ

ทันทีที่กลุ่มนักปั่นเข้าสู่กลางกรุงปารี พวกเขาจะมุ่งหน้าสู่ถนนช็อง เซลีเซ โดยผ่านถนนรีโวลี เลียบสวนตุยเลอรีมาเรื่อยๆ จนถึงลานกงกอรด์ ที่เคยใช้เป็นที่ประหารชีวิตกษัตริย์ลุย ที่ 16 ด้วยกีโยตีนเมื่อวันที่ 21 มกราคม 1793 แล้วก็เข้าสู่ถนนช็อง เซลีเซ มุ่งหน้ายังประตูชัย ที่สร้างโดยดำริของจักรพรรดินาโปเลองที่ 1 วนกลับตรงหน้าประตูชัย มาถึงลานกงกอรด์ แต่คราวนี้ฉีกไปทางขวา ปั่นลงอุโมงค์ริมแม่น้ำแซน ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ แล้ววกกลับมาเข้าถนนรีโวลีใหม่ ทำอย่างนี้ 8 รอบก่อนที่จะไปเข้าเส้นชัยที่ถนนช็อง เซลีเซ

ก็อย่างที่บอก พื้นถนนช็อง เซลีเซไม่เรียบ แม้ว่าจะมีการราดยาง แต่ก็บางมาก บางช่วงบางตอนก็สึก ร่อนออกหมด แถมเส้นทางยังเป็นเนินค่อยๆขึ้นไปทางประตูชัย การปั่นจักรยานบนถนนสายนี้จึงไม่ถือว่าง่ายซะทีเดียว ยิ่งถ้ามีฝนตก ก็อาจลื่นล้มเอาได้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2005 เขาเริ่มใช้กติกาใหม่สำหรับนักปั่นที่ซวยจริงๆ ดันพลาดล้มในช่วง 3 กิโลเมตรสุดท้ายของแต่ละสเตจ เขาก็ยังอนุโลมให้ใช้เวลาของกลุ่มที่อยู่เคียงข้างกับคนล้มแทนได้

ที่น่าสังเกตคือ บริเวณริมถนนตรงที่ชิดกับบาทวิถีทั้ง 2 ฟากของช็อง เซลีเซ ลักษณะเป็นพื้นปูนเรียบ กว้างประมาณ 30 เซนติเมตรเป็นแนวยาวไปตามถนน ตรงนั้น เวลาที่พนักงานกทม.ของกรุงปารีทำความสะอาดท้องถนน พวกนี้เพียงแค่กวาดเศษใบไม้ ขี้ผง ลงมากองริมถนนข้างล่างฟุตปาธ แล้วก็เดินไปไขก๊อกน้ำที่ทำพิเศษไว้ที่พื้น เพื่อให้น้ำไหลชะเศษขยะลงไปในท่อระบายน้ำใต้ฟุตบาธ เจ้าแนวริมบาทวิถีนี่แหละทีเด็ดเลย นักปั่นส่วนมากจะอาศัยเป็นเส้นทางเลาะขึ้นไปถึงประตูชัย ปลอดภัยกว่ากันเยอะเลย

สำหรับเงินรางวัลในปีนี้ ผู้ที่ชนะแต่ละสเตจจะได้รับเงิน 2,000 ยูโร และเมื่อแข่งครบ จบสเตจสุดท้ายในวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคมแล้ว ผู้ชนะคะแนนรวมประเภทสปรินท์ได้ขึ้นแท่นสวมเสื้อสีเขียว และนักปั่นขึ้นเขาที่ชนะเวลารวมก็ได้สวมเสื้อขาวลายเม็ดกลมแดง ทั้งสองประเภทจะได้เงินคนละ 25,000 ยูโร ในขณะที่นักปั่นเยาวชนที่ชนะเวลารวม ได้สวมเสื้อสีขาวพร้อมกับเงินรางวัล 20,000 ยูโร ส่วนพระเอกของงานคือ ผู้ชนะเวลารวม นอกจากจะได้สวมเสื้อสีเหลืองแล้ว ยังกวาดเงินไปอีกถึง 450,000 ยูโร นอกจากนั้น ในประเภททีมก็ยังมีเงินรางวัลให้ โดยแต่ละสเตจ เขาจะเอาเวลาของ 3 คนที่ทำเวลาดีที่สุดของทีมมาคำนวณ แล้วผลสุดท้าย ทีมใดชนะก็รับไป 50,000 ยูโร