|
|
|
|
EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 8 สิงหาคม 2550 คว้าเหรียญทอง เงินกองท่วมบ้าน วันนี้ กีฬามหาวิทยาลัยโลก ฤดูร้อน ครั้งที่ 24 ที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพ เริ่มเปิดฉากแล้วนะครับ โดยพิธีเปิดการแข่งขันกันมีขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ช่วยกันไปร่วมชม ให้สีเหลืองเต็มสนามก็แล้วกัน เมื่อ 2 วันก่อน ผมไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬามหาวิทยาลัยของฝรั่งเศสที่ทำเนียบท่านทูต จึงได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมวอลเลย์บอลชาย ซึ่งอยู่ในสาย A ร่วมกับทีมไทย พวกเขาเดินทางมาถึงเมืองไทยก่อนทีมกีฬาชนิดอื่น โดยโค้ช Dominique Hallart กับผู้เล่นที่ตัวสูงที่สุดในทีม คือ Morgan Amouroux หมอนี่ขนาดยังไม่ได้สวมรองเท้าก็ปาเข้าไป 2 เมตรแล้ว สองคนนี้เล่าให้ฟังว่า ระยะนี้ใกล้ถึงทัวร์นาเมนต์สำคัญ ดังนั้น สโมสรต่างๆจึงไม่ยอมปล่อยตัวทีมชาติมาให้ สมาชิกในทีมจึงเป็นแค่พวกมือรอง แล้วก็เพิ่งรวมทีมกันไม่นานด้วย ทำให้ยังไม่ค่อยเข้าขากันเท่าไร นักกีฬาเหล่านี้ไม่ได้เบี้ยเลี้ยงซักกะยูโร มีแต่ที่พัก อาหาร และตั๋วเครื่องบินไปกลับให้ แล้วถ้าได้เหรียญรางวัลกลับไป ก็ไม่ได้มีเงินอัดฉีดอะไรให้หรอก อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้มาแข่งขำๆเท่านั้นนะครับ หวังถึงเข้าชิงเหรียญทองเหมือนกัน ถือว่ามาแข่งเพื่อชาติจริงๆ พูดถึงเรื่องเงินอัดฉีด ทำให้นึกถึงเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมได้ยินว่า พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งเสียงบ่นออกมาเกี่ยวกับเรื่องที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมปรับลดเงินรางวัลอัดฉีดโอลิมปิกเกมส์ลง ถึงกับจะทำหนังสือถึง ดร.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แสดงความไม่เห็นด้วย แถมเสนอให้รอรัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา ผมว่าถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็คงได้ตามที่ต้องการแน่นอน เพราะคนเป็นรัฐมนตรีก็เป็นนักการเมืองเต็มตัว ไอ้เรื่องแค่นี้ ก็ใช้เงินของชาติไป จะต้องเอาไว้ใช้ประโยชน์ด้านอื่นหรือไม่ ไม่ต้องสน ขอโกยคะแนนเสียงไว้ก่อน ผมจำได้ว่า เมื่อตอนโอลิมปิกเกมส์ 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ใครได้เหรียญทองก็รับรางวัลไป 3 ล้านบาท เหรียญเงิน 2 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 1 ล้านบาท ต่อมา มีการเพิ่มเงินรางวัลแบบถล่มทลาย กว่า 3 เท่าตัว กะจะพลิกชีวิตนักกีฬา ให้กลายเป็นท่านเศรษฐีไปเลย เหรียญทองโอลิมปิก คราวนี้มีค่าสูงถึง 10 ล้านบาท เหรียญเงิน 5 ล้านบาท และ 2 ล้านบาทสำหรับเหรียญทองแดง แต่ยังไม่มีใครได้รับ 10 ล้านที่ว่านี้หรอก เพราะโอลิมปิกเกมส์ 2008 ยังมาไม่ถึง ดร.ณัฐ อินทรปาณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ก็บอกว่าที่เคยมีการอนุมัติเพิ่มนั้น มันมากไป คงต้องแก้ไขกฎระเบียบเงินรางวัลนักกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลในระดับนานาชาติ อย่างเช่น โอลิมปิกเกมส์ เหรียญทองซัก 6 ล้านบาท เหรียญเงิน 4 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 2 ล้านบาทกำลังดี วันนี้ ผมมีตัวเลขมาแสดงให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า ประเทศต่างๆเขาตอบแทนนักกีฬาที่คว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์ 2008 กันเท่าไรบ้าง เริ่มที่ประเทศแฟนพันธุ์แท้ของผมก่อน นั่นคือ ฝรั่งเศส รัฐมนตรีกีฬาเมืองน้ำหอมออกมาประกาศเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ใครคว้าเหรียญทอง รัฐจ่ายรางวัลให้ 50,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยโดยเอา 46 คูณก็จะเท่ากับ 2,300,000 บาท เหรียญเงินได้ 20,000 ยูโร หรือ 920,000 บาท และเหรียญทองแดงแค่ 13,000 ยูโร หรือ 598,000 บาท ในขณะที่ รัสเซีย เขาให้เงินรางวัลแต่ละชนิดกีฬาไม่เท่ากัน แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก ที่แน่ๆ สำหรับกีฬาว่ายน้ำ เหรียญทองรับไป 50,000 เหรียญสหรัฐ เอา 35 คูณก็เท่ากับ 1,750,000 บาท เหรียญเงิน 30,000 เหรียญ หรือ 1,050,000 บาท และเหรียญทองแดง 15,000 เหรียญ หรือ 525,000 บาท หันไปดูทาง สหรัฐอเมริกา บ้าง นี่ยิ่งแย่ใหญ่ เหรียญทองได้เพียง 25,000 ยูเอสดอลลาร์ หรือ 875,000 บาท ไม่ถึงล้านนะครับเฮีย เหรียญเงิน 15,000 ดอลลาร์ หรือ 525,000 บาท และเหรียญทองแดง 10,000 ดอลลาร์ หรือ 350,000 บาท เดี๋ยวจะมาว่าผมยกตัวเลขมาแต่ประเทศที่เขามีนักกีฬาคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์กันเป็นกระสอบ ดังนั้น ลองไปดู เซอร์เบีย ครับ เขาแบ่งเป็นประเภททีม ถ้าเหรียญทองก็เอา 400,000 ยูโร หรือ 18,400,000 บาทไปแบ่งกัน เหรียญเงิน 350,000 ยูโร หรือ 16,100,000 บาท และเหรียญทองแดง 300,000 ยูโร หรือ 13,800,000 บาท สำหรับประเภทบุคคลจะได้ 15% ของประเภททีม นั่นคือ ทอง 60,000 ยูโร หรือ 2,760,000 บาท เงิน 52,500 ยูโร หรือ 2,415,000 บาท และทองแดง 45,000 ยูโร หรือ 2,070,000 บาท ส่วนประเทศสโลวาเกีย อุ๊ย... รัฐไม่มีเงินรางวัลให้ครับ เป็นอันว่า ไม่เห็นมีประเทศไหนเขาอัดฉีดกันเกิน 3 ล้านบาทเลย อ้อ... ประเทศในเอเชีย ที่ให้เงินรางวัลกันกองท่วมบ้าน หลายสิบล้านก็มีครับ เวียดนาม เพื่อนบ้านของเราไง นายกรัฐมนตรีของเขาประกาศเมื่อปลายปี 2006 ให้ผู้ที่สามารถคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงเป่ยจิ๊ง ประเทศจีนมาได้ จะได้เงินรางวัลถึง 80 ล้านด่อง แหม... พอคิดเป็นเงินไทยแล้ว ลมแทบใส่ ได้ไม่ถึง 2 แสนบาท |