HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 
 EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน


หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 22 สิงหาคม 2550



คิดถึงจักรพรรดินาโปเลอง



Universiade Bangkok 2007 มหกรรมกีฬาของเหล่าปัญญาชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 8-18 สิงหาคมที่ผ่านมา เก็บฉากเรียบร้อยแล้ว พร้อมๆกับที่เราได้เห็นหลายสิ่งหลายเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นมากมายจากทางทางโทรทัศน์หรือทางหน้าหนังสือพิมพ์ไปแล้ว ช่วงตลอดการแข่งขัน ผมทำหน้าที่เป็นโฆษกของกีฬามหาวิทยาลัยโลกอยู่ในศูนย์ปฏิบัติการสื่อมวลชนหรือ Main Press Centre โดยทาง RS เป็นผู้รับผิดชอบ ผมมีบางสิ่งบางอย่างจากสายตาของผมมาเล่าให้ท่านผู้อ่านครับ

ในกีฬามหาวิทยาลัยโลกครั้งนี้ ขาดกีฬามวยไปหน่อย พี่ไทยกับจังโก้ก็เลยสาธิตแถมให้ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทั่วโลกได้ชมเหตุการณ์ผ่านการถ่ายทอดโดยตลอด มีช็อตเด็ดให้เห็นกันชัดๆ ซัดกัน 2 ยก หลังเกมนั้น พวกเราเข้าไปขอเทปจากทีมงานช่อง 5 ทันที เลือกเอาตอนตะลุมบอน ปล่อยหมัดครบถ้วน กะว่าจะนำมาฉายให้ทั้ง 2 ทีมซึ่งกำลังเดินทางเข้ามาที่ Main Press Centre เพื่อแถลงข่าวช่วยกันวิเคราะห์กันว่าใครทำใครก่อน แต่คิดอีกที ถ้าทำอย่างนั้น เราก็คงเป็นคนตีระฆังเริ่มยกที่ 3 อย่างแน่นอน แล้วอาจบานปลายไปมากกว่าที่ใครจะคาดคิด พล็อตของเรื่องจึงกลายเป็นให้แต่ละฝ่ายแถลงขอโทษและจับมือกัน แต่เหตุการณ์ไม่ง่ายขนาดนั้น เม็กซิโกไม่ยอมพูดอะไรจนกว่าจะมีคนของ FISU มาร่วมด้วย ท้ายสุด FISU ไม่มา พวกเขาจึงเดินทางกลับโดยไม่ได้แถลงข่าว ส่วนพี่ไทยก็แถลงห้วนๆว่า ขอโทษ และให้อภัย แล้วก็ลุกออกไป ถึงตอนนั้น บรรดาสื่อมวลชนซึ่งต้องการความกระจ่าง ก็ออกอาการโห่ เบาบ้างดังบ้าง เพราะให้รอเป็นชั่วโมง พูดแค่นี้เอง หลังจังโก้กลับ ทีมไทยก็ตัดสินใจออกมาให้สัมภาษณ์อีกรอบว่า อากาศมันร้อน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการเอาชนะ เหตุการณ์ก็ชุลมุน และเกิดขึ้นเร็วมาก จำไม่ได้ว่าใครชกใครบ้าง พวกเขาเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ให้ความกระจ่างต่อสื่อมวลชน แต่ลดอุณหภูมิในการเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ผู้อื่น ความรู้สึกของแฟนบอลชาวไทยจึงไม่ติดลบมากนัก ส่วนผลการพิจารณาต่อปัญหาการตะลุมบอนดังกล่าว หลายฝ่ายคาดว่า ก็คงต้องมีใครโดนโทษแบนบักโกรก ตลอดชีวิต หรืออย่างน้อย 2 ปี 5 ปีแน่ แต่คณะกรรมการ FISU ก็สนองนโยบายสมานฉันท์ของรัฐบาลอินเทอริมชุดนี้ ด้วยการลงโทษเบาหวิว เอาแค่ห้ามมีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมที่เหลือ

เรื่องต่อมาก็คือ ทีมงานระดับโลกผู้ควบคุมการจับเวลาการแข่งขันมาเสียฟอร์มที่เมืองไทย โดยเกิดความผิดพลาดที่ระบบจับ False Start ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย รอบชิงชนะเลิศ จนต้องจัดแข่งใหม่ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งจนถึงวันนี้ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น และกติกาเรื่อง Reaction Time ในกรีฑาเป็นอย่างไร เรื่องนี้ผมเขียนไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

เรื่องคนดูในสนามโหรงเหรงนั้น ผมว่าต้องอภัยให้ เพราะสนามแข่งขันอยู่ไกล ไปมาไม่ค่อยสะดวก อากาศก็ Global Warming ร้อนจะตาย อยู่บ้านดูการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ดีกว่า แต่ แหม โทรทัศน์บางช่องจะถ่ายก็ถ่ายแบบตามใจฉัน เพราะมันมีเวลาจำกัด แข่งยังไม่เสร็จ กำลังเข้าไคล อ้าว ตัดเข้ารายการอื่นซะแล้ว ผมก็เห็นมีแต่ประเทศไทยนี่แหละที่หักมุมเอาดื้อๆ อย่างไรก็ตาม บริเวณที่มีผู้คนคึกคักไปอยู่ที่อินเตอร์โซน ติดกับหมู่บ้านนักกีฬาและโรงอาหาร เพราะคราวนี้ไทยเราเก็บเงินแบบราคาย่อมเยาว์ ไม่ได้หวังกำไรคือ วันละ 28 ยูเอสดอลลาร์ มีที่พักและอาหารให้ 3 มื้อ นักกีฬาเข้าไปทานอาหารที่การบินไทยจัดให้ อาหารเหมือนกันแต่แยกเป็นซุ้มๆนับสิบ ทำให้ไม่ต้องเข้าคิวยาวเหยียด ผมว่าเขาจัดระบบดีมาก ใครๆต่างก็แสดงความพอใจและชื่นชมเรามากทีเดียว แถมทุกคืนยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติให้ชมเป็นที่สนใจแก่นักกีฬาต่างชาติมาก ตรงนี้เราทำได้ดีครับ

สิ่งที่น่าชื่นชมคือ ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม การอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ หลายประเทศ รวมทั้ง จีน รัสเซีย และสหรัฐฯ ยังกล่าวยกย่อง แม้จะเจอปัญหานักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมเดินทางเข้าพักมากกว่าจำนวนที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานหมู่บ้านนักกีฬาก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรค ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน แก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างดี

สุดท้าย ผมอยากจะยกย่องบรรดาอาสาสมัครทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยม มีความอดทน อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นหน้าตาของประเทศไทย แต่เรื่องที่ต้องกล่าวถึงก็คือ อาสาสมัครที่ติดตามทีมนักกีฬาไปตลอดทั้งวัน พอถึงเวลาที่นักกีฬาเข้าไปรับประทานอาหาร พวกเขากลับไม่มีสิทธิเข้าไปทานในโรงอาหารการบินไทยพร้อมกับนักกีฬาหรอกนะ ต้องยืนรออยู่ด้านนอก ทำให้นักกีฬาต่างชาติต้องช่วยกันแอบนำอาหารออกมาให้ มันเป็นน้ำใจจากต่างดาว ซึ่งเรื่องนี้เราควรจะดูแลอาสาสมัครดีกว่านี้ ผมเห็นตัวอย่างจากเมืองฉางชวน ประเทศจีน ที่เป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ ฤดูหนาวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาดูแลอาสาสมัครอย่างดี ให้ข้าวกล่องแต่ละคน มื้อละ 3 กล่องใหญ่มัดรวมกัน ลำพังแต่ละกล่องก็มีขนาดใหญ่กว่าข้าวกล่องไทยเกือบเท่าตัวแล้ว กล่องหนึ่งเป็นข้าวหรือเส้นหมี่ผัด กล่องที่ 2 เป็นกับข้าว 2-3 อย่าง และอีกกล่องเป็นของหวาน เพรียบพร้อมไปด้วย ขนมเค้ก ผลไม้ เรียกว่า กองทัพจีนเดินได้ด้วยท้องเหมือนกองทัพจักรพรรดินาโปเลองของฝรั่งเศส