HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 
 EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน


หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 12 กันยายน 2550



ประเมินผู้ว่าการ กกท. มันผิดที่ตรงไหน



ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว การกีฬาแห่งประเทศไทยได้นายกนกพันธุ์ จุลเกษม เข้ามาเป็นผู้ว่าการคนใหม่ ต่อจากนายสันติภาพ เตชะวณิชย์ ที่ครบวาระไป แล้วยังมี " รองไก่ " เฉลิมชัย บุญรักษ์ รักษาการอยู่นานร่วมปี มาถึงวันนี้ บิ๊กหนุ่มเองก็อยู่ในตำแหน่งเกือบครบปีแล้วด้วย ตามสัญญาจ้างระบุว่าจะต้องมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ กกท. เพื่อเป็นการกำกับดูแลการบริหารงาน ถ้าไม่เป็นไปตามที่ผู้ว่าการอวดอ้างเสนอแผนการดำเนินงาน ก็จะได้เตือนให้ปรับปรุง นอกจากนั้น เขายังเอาผลการประเมินนั้นไปใช้พิจารณาจ่ายผลตอบแทนให้ตัวผู้ว่าการด้วย ที่สำคัญ ถ้าคะแนนผ่านเกณฑ์ ผู้ว่าการก็อยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่ถ้าเห็นว่าหน้าติดหนวดแบบนี้ เห่ยเหลือเกิน ทำงานไม่ได้เรื่อง คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ ก็พิจารณายกเลิกสัญญาได้

ทางบอร์ด กกท.จึงมีมติให้นายพรชัย สุนทรพันธุ์ คณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งเป็นกรรมการอยู่ในบอร์ดด้วย เป็นประธานอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ กกท. ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯที่ว่านี้ก็ยังมีสมาชิกอีก 4–5 คน ซึ่งพวกเขาก็ไปกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลมาว่า จะดูผลงานด้านต่างๆ โดยมีน้ำหนักคะแนนต่างๆกัน รวมแล้วให้เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ก็แล้วกัน นั่นก็คือ ด้านประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน น้ำหนัก 20 เปอร์เซ็นต์ ด้านประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน น้ำหนักอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ด้านการกำกับดูแลที่ดี 10 เปอร์เซ็นต์ และด้านการบริหารและพัฒนาองค์กรอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในแต่ละด้านก็ยังแบ่งซอยย่อยออกเป็นเรื่องต่างๆอีก สำหรับเกณฑ์นั้นก็อยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ถ้าบิ๊กหนุ่มได้ 80 ก็อยู่ต่อ ถ้าไม่ถึง 80 ก็ตัวใครตัวมัน

คราวนี้ก็มาพูดถึงเรื่องคะแนนที่ประธานอนุกรรมการประเมินผลส่งมาให้บอร์ด กกท. ตามที่สื่อมวลชนได้ตีพิมพ์ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า บิ๊กหนุ่มได้ 315 คะแนน จากคะแนนเต็ม 400 คะแนน ถ้าเป็นอย่างนี้ พอเอามาคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะได้ 78.75 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ในกรณีนี้ ผู้ว่าการคงต้องกลับไปอยู่บ้าน ช่วยเมียซักผ้า รีดผ้าแน่นอน

แต่คะแนนที่สรุปออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างนี้ ผมว่ามันต้องมีอะไรผิดซักอย่างแน่ๆ ในเมื่อตอนเริ่มต้น เขาใช้ระบบการให้คะแนนในแต่เรื่องเป็นเกรด เหมือนกับผลสอบในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย มีตั้งแต่ “ ดีมาก ” เป็นเกรด A หรือ 4 “ ดี ” เป็นเกรด B หรือ 3 “ พอใช้ ” เป็นเกรด C หรือ 2 และ “ ควรปรับปรุง ” เป็นเกรด D หรือ 1 เมื่อได้เกรดในแต่ละเรื่อง แต่ละด้านเรียบร้อยแล้ว ก็มาหาเกรดเฉลี่ย ซึ่งหลักการคิดเกรดเฉลี่ยนั้น ก็น่าจะเหมือนกับในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยทั่วไป โดยมีสูตรคำนวณเป็น sigma ( ค่าคะแนนของเกรด คูณ หน่วยกิต หาร หน่วยกิตทั้งหมด ) นั่นก็คือ เขาให้นำค่าคะแนนของเกรดที่ได้ คูณด้วยหน่วยกิตของรายวิชานั้น แล้วนำผลคูณที่ได้แต่ละรายวิชามารวมกัน หารด้วยหน่วยกิตทั้งหมด นี่เป็นสูตรง่ายๆ นี่จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า แล้วไอ้ตัวเลข 400 มันมาจากไหน ทำไมจึงต้องมีคะแนนเต็ม 400 ด้วย

คะแนน 315 น่าจะเกิดจากการเอาค่าคะแนนของเกรด 4, 3, 2 หรือ 1 ที่บิ๊กหนุ่มได้ในแต่ละเรื่อง แต่ละด้าน คูณกับน้ำหนักเรื่องนั้นๆ อันนี้ถ้าเป็นรายวิชาในมหาวิทยาลัย น้ำหนักที่ว่าก็จะเป็นหน่วยกิตนั่นเอง เมื่อได้ผลคูณแต่ละเรื่อง แต่ละด้าน ก็เอามารวมกัน และขั้นตอนสุดท้าย ก็จะต้องเอามาหารด้วยจำนวนหน่วยกิตรวม ซึ่งในที่นี้ก็คือ น้ำหนักของผลงานเรื่องต่างๆ ด้านต่างๆทั้ง 4 ด้านรวมกันเป็น 100 หน่วยกิต ไม่ใช่ 400 หน่วยกิต ผมว่ามันผิดตรงนี้แหละ เพราะที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯเล่นเอาเกรด 4 ซึ่งถือเป็นค่าคะแนนสูงสุดของทุกหน่วยกิตเป็นตัวคะแนนเต็ม เผลอเอาไปคูณกับน้ำหนักรวม หรือหน่วยกิตรวมคือ 100 ทำให้กลายเป็นคะแนนเต็ม 400 มั๊งครับ เลยทำให้คิดคะแนนผิด กลายเป็น 315 ส่วน 400 คะแนนเต็มเฉยเลย ซึ่งความจริง การคิดเกรดเฉลี่ยของผู้ว่าการ กกท. ต้องเอา 315 ไปหาร 100 แล้วจะได้ผลลัพธ์เป็น 3.15

เมื่อได้เกรดไม่ผิดพลาดเป็น 3.15 แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เอามาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามหลักการที่ใช้กันทั่วไปนั้น เกรด 4 คือ ระดับดีมาก จะเทียบได้กับ 90-100 เปอร์เซ็นต์ เกรด 3 คือ ระดับดี จะเทียบได้กับ 80-89 เปอร์เซ็นต์ เกรด 2 คือ ระดับพอใช้ เทียบได้กับ 70-79 เปอร์เซ็นต์ และ เกรด 1 คือ ระดับควรปรับปรุง เทียบได้กับ 60-69 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้อ่านครับ ไอ้เม็ดหน้าอย่างผมไม่อยากจะคำนวณให้ปวดหัวอีกแล้ว ขอบอกเพียงว่า ถ้าคิดตามหลักการเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว จากเกรดเฉลี่ย 3.15 ผู้ว่าการ กกท.ต้องได้คะแนนสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แน่นอน