HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 


EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน


หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 26 กันยายน 2550



สู้กับคน สู้กับธรรมชาติ



วันนี้ผมเดินทางมาธุระที่กรุงเป่ยจิ๊งหรือปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ก็เลยถือโอกาสดูเรื่องการเตรียมการจัดการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ที่ประเทศจีนจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า ผมได้พบกับคุณอำนวย เทียมกีรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำกรุงเป่ยจิ๊ง ท่านได้กรุณาเล่าให้ฟังถึงโอลิมปิคเกมส์ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคมปีหน้า ทำให้ทราบว่า จีนเขาคิดหลายสิ่่งหลายอย่า่งเข้าท่าทีเดียว

เริ่มตั้งแต่ มาสคอต จะขายทั้งที ก็ต้องชักจูงให้คนซื้อมากกว่า 1 ตัว คือเขาทำเป็นชุด มีตั้ง 5 ตัวต่างกัน ชื่อ เป่ยเป่ย จิงจิง ฮวนฮวน อิ๋งอิ๋ง และหนิงหนิง โดยชื่อมาสคอตทั้ง 5 ตัวนี้ เมื่อนำมารวมกันจะได้ประโยคว่า “ เป่ยจิ๊งฮวนอิ๋งหนิง ” ซึ่งแปลว่า กรุงเป่ยจิ๊งยินดีต้อนรับท่าน ทีนี้เวลาใครมาซื้อ ก็ต้องมีหละ ประเภท ไม่ครบชุด ไม่สบายใจ

เรื่องคนของเขา ทางการจีนก็ำกำลังพยายามเตรียมคนให้พร้อมกับการเป็นเจ้าภาพที่ดี แม้ว่าจีนมีสุภาษิตว่า ปลูกต้นไม้ใช้เวลา 10 ปี แต่ปลูกคน ต้องใช้เวลาถึง 100 ปี แต่เขาก็พยายามแก้ปัญหาเรื่องคนให้ได้ รับสมัครอาสาสมัครทั้งที่่เป็นนักศึกษา และคนทำงาน รวม 30,000 คน นำมาฝึก มีหลักสูตรพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการฝึกฝนทางด้านภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น และภาษาอื่นๆด้วย เขาเริ่มปรับเปลี่ยนนิสัย สีหน้าคนจีนจากที่บึ้งตึงให้มีความยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น มีจิตใจในการต้อนรับแขกผู้มาเยือนมากขึ้น สร้างวัฒนธรรมในการเข้าคิว ซึ่งคนจีนอาจยังไม่คุ้นเคยนัก มีการเอากล้องโทรทัศน์มาแอบถ่าย ให้ดาราของเขาเข้าไปถามบรรดาคนที่กำลังแซงคิวขึ้นรถเมล์ หรือจ่ายเงินที่แคชเชียร์ในห้าง บางคนจากที่กำลังเบียดแซงคิวตัดหน้าคนอื่นๆ ก็กลับไปต่อคิวโดยดี บางคนก็เฉยๆ แต่บางคนมีเถียง ว่าทำไมต้องเข้าคิวด้วย แล้วเขาก็เอาอันนี้มาฉายทางโทรทัศน์ เป็นการเสนอทางเลือกที่ดีกว่าให้ประชาชนตัดสินกันเอง ซึ่งแต่ละคนดูแล้วก็รู้สึกอายตัวเอง นอกจากเรื่องการเข้าคิวแล้ว ก็ยังมีเรื่องการพูดส่งเสียงดัง เจี๊ยวจ๊าว ตลอดจน การขากถุยในที่สาธารณะ

กรุงเป่ยจิ๊งนี่ขึ้นชื่อจริงๆเรื่องฝุ่นละออง เนื่องจากบ้านเมืองกำลังเจริญเติบโต มีการก่อสร้างถนน อาคารสูงระฟ้ามากมายทุกหนทุกแห่ง นั่นแหละเป็นที่มาของฝุ่นละออง ยิ่งไปกว่านั้น ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเป่ยจิ๊ง แถวๆมองโกเลียก็ยังมีภูมิประเทศเป็นทะเลทรายอีกด้วย ในแต่ละปี พอถึงเดือนมีนาคม เมษายน มักจะมีลมตะวันตกเฉียงเหนือหอบเอาฝุ่น ทรายมาถึงกรุงเป่ยจิ๊ง รับรองได้ว่าช่วงนั้นถนนหนทาง อาคาร บ้านเรือน ต้นไม้จะถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีแดงๆเต็มไปหมด เป็นปัญหามลพิษที่จีนต้องเผชิญอยู่เกือบทุกปี บางปีก็โชคดี ไม่มีลมที่ว่านี้ อันนี้ทางการจีนเตรียมรับมือกับฝุ่นละอองและทรายด้วยการออกกฏบังคับเรื่องการก่อสร้างต่างๆที่เป็นโครงสร้างหลักต้องให้แล้วเสร็จไม่เกินสิ้นปีนี้ ใครกำลังสร้างอะไรก็ต้องเร่งมือให้เสร็จก่อน ถ้าไม่เสร็จก็ต้องหยุดการก่อสร้าง เรื่องนี้เชื่อเถอะว่า อำนาจบังคับ กำลังคนของเขามีเหลือเฟือ จะเร่ิงทำอะไรก็สามารถบันดาลได้ ส่วนการก่อสร้างที่เป็นการตกแต่งภายในนั้น แม้จะเข้าสู่ปีใหม่ไปแล้ว ก็พอจะทำได้ เพราะไม่ได้สร้างมลพิษเกิดฝุ่นละอองอะไรมากมาย แล้วทีนี้ถ้าใครจะสร้างถนน สร้างตึกอีกก็ค่อยมาว่ากันหลังจบโอลิมปิคเกมส์ นอกจากนั้น รัฐบาลจีนจัดการเร่งปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นมากมายเป็นป่าใหญ่รอบๆกรุงเป่ยจิ๊ง เพื่อเอาไว้เป็นตัวดักกรองฝุ่นละออง ทราย ซึ่งเขาบอกว่าทั้งสองมาตรการจะช่วยลดมลพิษ ฝุ่นละออง ทรายลงได้ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ยิ่งถ้าปีหน้า โชคเข้าข้าง ไม่มีลมจากทางตะวันตกเฉียงเหนือ ปัญหาเรื่องฝุ่น ทรายก็หมดไป

ส่วนเรื่องสภาพภูมิอากาศในช่วงการแข่งขันนี่ก็เป็นเรื่องที่จีนให้ความสำคัญในลำดับต้นๆเลยทีเดียว โดยเฉพาะวันพิธีเปิดและปิดโอลิมปิคเกมส์ ต้องไม่มีฝนตก หลายท่านคงจำกันได้ว่า พี่ไทยเราเพิ่งเจอพิษฝนเล่นงานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกมาหยกๆเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา วันนั้น หลังจากเริ่มพิธีได้ไม่กี่นาที ฝนก็เริ่มตกปรอยๆแล้ว เจ้าหน้าที่แก้ปัญหาด้วยการแจกเสื้อกันฝนที่เตรียมไว้ให้กับแขกวีไอพี ส่วนผู้ชมคนอื่นๆที่ไม่ีได้รับแจกก็ตัวใครตัวมัน แล้วขณะที่ประธานในพิธีกำลังกล่าว ฝนก็เริ่มเทลงมา ไม่กี่นาทีต่อมา ก็ยิ่งหนักขึ้นกลายเป็นห่าฝน เล่นเอาเปียกปอนกันหมด พิธีถูกขัดจังหวะไปพักใหญ่ ดูค่อนข้างทุลักทุเลจริงๆ ก็ใครจะไปคาดเดาได้ว่าฝนจะตกหรือไม่ แต่เรื่องนี้ จีนเขาได้วางแผนเอาไว้นานแล้ว โดยเขาเลือกจัดการแข่งขันในช่วงหน้าร้อน ซึ่งไม่น่าจะมีฝนมาทำลายบรรยากาศการแข่งขัน ช่วงนี้ยังถือเป็นวันอันเป็นสิริมงคลของจีนอีกด้วย ใครๆก็รู้ว่าเลข 8 สำหรับชาวจีนถือว่าเป็นเลขมหามงคล ดังนั้น เขาจึงกำหนดพิธีเปิดเอาไว้ในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 8 นั่นคือวันที่ 8 สิงหาคม 2008 แน่นอน ซึ่งตามปกติ ระยะนั้นอุณหภูมิจะอยู่ที่ 30 องศากว่าๆ และเพื่อเป็นการการันตีว่าฝนจะไม่ตก ทางจีนเตรียมใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย ในขณะที่เมืองไทยมีฝนหลวงทำให้ฝนตก เขาใช้วิธีกลับกัน คือ 3 วันก่อนที่จะถึงวันพิธีเปิดการแข่งขันก็จะเริ่มดูแล้วว่ามีเมฆฝนหรือไม่ ถ้าเกาะกันเป็นกลุ่มส่อเค้าว่า มันเอาแน่ เขาก็จะใช้สารเคมีเข้าไปตีให้เมฆฝนแตกกระจายออกไปให้หมด ไม่ปล่อยโอกาสให้ธรรมชาติเล่นงานได้ง่ายๆ

ดังนั้นเชื่อได้ว่า เมื่อถึงโอลิมปิคเกมส์ 2008 ผู้คนทั่วโลกที่แห่แหนกันมาที่กรุงเป่ยจิ๊ง จะได้พบกับการต้อนรับจากชาวจีนที่ถูกเตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้ง เรื่องธรรมชาติรังแก เกิดฟ้าฝน ฝุ่นละออง ไม่ต้องห่วง เพียงแค่เขาคิด เขาก็พร้อมแล้วครับ สำหรับโอลิมปิค 2008