HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 
EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน 10 ตุลาคม 2550

โลกไม่กลมของรักบี้

รักบี้ชิงแชมป์โลก 2007 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ได้เปิดฉากขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา และขณะนี้ก็เดินทางมาถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายแล้ว ซึ่งถ้าถามถึงความรู้สึกของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปอื่นๆนั้น ผมบอกได้เลยว่าเข้มข้น คึกคักมาก แต่ความสนใจของแฟนกีฬาในเมืองไทยกลับมีน้อยนิดเหลือเกิน ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะว่า รักบี้เป็นกีฬาที่นอกจากจะต้องอาศัยการเล่นเป็นทีมอย่างดี นักกีฬาต้องมีทั้งความรวดเร็ว ปราดเปรียว และสภาพร่างกายควรจะใหญ่โตและแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการปะทะกันอย่างหนักอยู่ตลอดเวลา เครื่องป้องกันก็ไม่ค่อยจะมีอย่างที่เห็นในกีฬาอเมริกัน ฟุตบอล นักรักบี้หลายคน โดยเฉพาะพวกที่ต้องเข้าสกรัมนั้น หน้าตาดูไม่ค่อยได้ บางคนทั้งหู ทั้งจมูก ผิดรูปผิดร่าง ยิ่งกว่านักมวยที่โดยยำบนเวทีมาเป็นร้อยไฟท์ กีฬาชนิดนี้คงไม่ค่อยเหมาะกับไซซ์เล็กแบบชาวไทย ดังนั้น จะไปหวังให้ทีมชาติไทยเข้าไปร่วมแข่งขันในระดับโลกก็เป็นเรื่องยาก ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะชมเอามันเฉยๆ บ้านเราก็ไม่มีการถ่ายทอดสดมาให้ชมกันทางฟรีทีวีด้วย


รักบี้ชิงแชมป์โลกถูกจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี โดยออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ร่วมกันเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในปี 1987 มาถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว ซึ่งฝรั่งเศสกับอังกฤษต่างก็แย่งกันเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2001 และหลังจากที่ใช้เวลาพิจารณารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ในเดือนเมษายน 2003 คณะกรรมการบริหารรักบี้นานาชาติที่เรียกว่า International Rugby Board หรือ IRB ก็ตัดสินให้ฝรั่งเศสได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพ แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกของฝรั่งเศส แต่ตอนที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพในปี 1991 และเวลส์เป็นเจ้าภาพในปี 1999 นั้น รักบี้ชิงแชมป์โลกบางแมตช์ก็ได้เคยแวะเวียนมาใช้สนามแข่งขันหลายเมืองในประเทศฝรั่งเศสบ้างแล้ว นั่นคงเป็นธรรมเนียมของวงการรักบี้ที่ต้องการแบ่งปันความสนุกสนาน ตื่นตา เร้าใจให้กับแฟนกีฬาในถิ่นใกล้เคียงบ้าง และ The 2007 Rugby World Cup นี้ ฝรั่งเศสก็ต้องการใช้สนามของเมืองต่างๆ 10 เมืองที่เคยใช้แข่งขันฟุตบอลโลก France ’98 นั่นเอง นอกจากนั้น บางแมตช์ยังไปใช้ มิลเลเนียม สเตเดียม ในกรุงคาร์ดิฟฟ์ของเวลส์ กับที่ ลานสดาวน์ โร้ด ( Lansdowne Road ) ในกรุงดับลินของอายร์แลนด์ด้วย ซึ่งตอนหลัง สนามที่ ลานสดาวน์ โร้ด เกิดต้องปิดปรับปรุง ทำให้ต้องย้ายไปแข่งที่ เมอร์เรย์ฟีลด์ สเตเดียม ( Murrayfield Stadium ) ในเมืองเอดิงเบอเรอห์ของสก็อตแลนด์แทน


ในจำนวน 20 ชาติที่ได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ มีเพียง 12 ชาติที่ผ่านการแข่งขันในรอบคัดเลือกจากโซนต่างๆเข้ามา ส่วนอีก 8 ชาตินั้น รู้กันตั้งแต่ในมุ้งแล้วว่ามีใครกันบ้าง เพราะเขามีหลักเกณฑ์ให้ทีมที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในรักบี้ชิงแชมป์โลกครั้งที่แล้วได้สิทธิมาเล่นครั้งต่อไปโดยอัตโนมัติ 8 ทีมที่ว่านั้นก็คือ นิวซีแลนด์ อัฟริกาใต้ ออสเตรเลีย สก็อตแลนด์ ฝรั่งเศส อายร์แลนด์ เวลส์ รวมทั้ง อังกฤษ ซึ่งเป็นแชมป์โลกในปี 2003 เรียกว่าได้สิทธิไปแล้วต้องรอกันถึง 4 ปี กว่าจะได้ทำการแข่งขัน ผู้เล่นหลายคนคงล้มหายตายจากกันไปบ้างหละ
สำหรับการแข่งขันปีนี้ก็เช่นกัน มีทีมที่ได้สิทธิโดยอัตโนมัติไปแข่งรักบี้ชิงแชมป์โลกหนหน้าที่นิวซีแลนด์จะเป็นเจ้าภาพในปี 2011 เรียบร้อยแล้ว แต่มีการปรับเปลี่ยนโควต้าเพิ่มขึ้นเป็น 12 ทีม โดยใน 4 กลุ่มนั้น คัดเอาทีมที่ติดถึง 3 อันดับแรกในแต่ละกลุ่มเข้าไป ซึ่ง 8 ทีมที่มาจากปี 2003 เข้าสู่การแข่งขันปี 2007 ก็ยังยืนยงเป็น 8 ทีมในปี 2011 มีแถมอีก 4 ทีมคือ อาร์เจนตินา ฟิจิ ตองกา และอิตาลี


ในขณะเดียวกัน ทางเจ้าภาพนิวซีแลนด์คิดว่า จำนวนชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน 20 ชาติอย่างครั้งนี้นั้น มันมากเกินไป เขาขี้เกียจจัดแมตช์กระจอก ที่ทีมแกร่งระดับโลกจะต้องไปเจอกับทีมเห่ยๆ ห่างชั้นกันมาก เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่ายในการจัด จึงขอลดจำนวนเหลือเพียง 16 ทีมเจ๋งๆไปเลยดีกว่า ทำให้รักบี้ชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 ที่นิวซีแลนด์ ตอนนี้มี 12 ทีมที่ได้รับสิทธิแล้ว ยังคงเหลือโควต้าจากโซนต่างๆที่มีชาติสมาชิกรวม 82 ชาติให้อีกเพียง 4 ทีมเท่านั้น แล้วถ้าทีมกระจอกทีมไหนยังยืนยันอยากเข้าร่วมแข่งด้วย นิวซีแลนด์จะจัดให้ก็ได้ แต่ขอแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ รักบี้ชิงแชมป์โลกของกลุ่มทีมชั้นนำ 16 ทีมเรียกว่า Mondial A ส่วนพวกทีมต่ำชั้นอีก 16 ทีมก็เป็น Mondial B คู่ขนานกันไป เหมือนกับในกีฬาว่ายน้ำที่มี Final A กับ Final B อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุป ทาง IRB จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมที่จะมีขึ้นที่กรุงปารี ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคมนี้


The 2007 Rugby World Cup บัดนี้เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว การแข่งขันทั้งหมดของทัวร์นาเมนต์นี้ 48 คู่ เหลือเพียง 4 คู่เท่านั้น คู่แรก ฝรั่งเศส เจ้าภาพ จะพบกับ อังกฤษ แชมป์เก่า ในวันที่ 13 ตุลาคม ที่ สต๊าด เดอ ฟร็องซ์ และวันรุ่งขึ้น ที่สนามเดิม อัฟริกาใต้ จะพบกับ อาร์เจนตินา ทีมที่ทำฝรั่งเศสเสียหน้าในนัดเปิดสนาม โดยเอาชนะเจ้าภาพไป 17-12 ผลของ 2 คู่นี้ ทีมแพ้จะเข้าไปชิงอันดับ 3 ที่ ปาร์ค เด แปร็งซ์ ในกรุงปารี ในวันที่ 19 ตุลาคม ส่วนทีมชนะก็จะเข้าไปชิง Webb Ellis Cup ถ้วยแชมป์โลกที่เอาชื่อมาจาก William Webb Ellis คนคิดค้นกีฬารักบี้ ในวันที่ 20 ตุลาคม ที่ สต๊าด เดอ ฟร็องซ์ครับ