HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 
EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน

2 เมษายน 2551

 

ปลาตินี ตัวทำลายเกม

 

                   เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะทำการจับสลากประกบคู่ ยูเอ็ฟฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ the City of Manchester stadium ในเมืองแมนเชสเตอร์ มิเชล ปลาตินี ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูเอ็ฟฟ่า ได้ถือโอกาสให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า เขาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่สโมสรในเพรอมิเอ ลีก อังกฤษต่างก็ถูกขายให้กับนักธุรกิจต่างชาติ

                   ผมว่า สาเหตุที่ ปลาตินี ต้องออกมาบ่นก็เพราะว่า สุดยอดสโมสรยุโรปที่หลุดเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในปีนี้ เป็นสโมสรจากเกาะอังกฤษซะ 4 คือ แมนเชสเตอร์ ยูนายเต็ด ลิเวอร์พูล อาร์เซนอล และเชลซี  ซึ่งโอกาสที่ 1 ใน 4 ทีมดังกล่าวจะคว้าแชมป์ย่อมมีสูงทีเดียว  แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็จะกลายเป็นสโมสรของคนนอกทวีปยุโรป  หมดกัน ความภาคภูมิใจ

                   นาโปเลองลูกหนังเชื้อสายอิตาเลียน ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ ถ้านับดูให้ดีทั้ง 20 สโมสรใน เพรอมิเอ ลีก อังกฤษ หลุดไปอยู่ในมือนักธุรกิจต่างชาติแล้วถึง 9 สโมสร ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นของเล่นของเศรษฐีอเมริกันซะ ในขณะเดียวกัน เขาก็ย้ำให้สำนึกว่า เอกลักษณ์ของทีมนั้น เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของแต่ละเมือง  ตัวเขาเองก็พยายามไปพลิกดูตัวบทกฎหมายแล้ว ก็ไม่อาจทำอะไรได้เลย มันเป็นหน้าที่ของรัฐสภาหรือสมาคมฟุตบอลอังกฤษที่ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง

                   ถ้ามองในแง่การพัฒนาวงการฟุตบอลให้เป็นกีฬายอดนิยม แพร่กระจายไปทั่วโลก ผมว่า ปลาตินี ไม่น่าจะส่งเสียงเอะอะหรอกครับ มันกลับเป็นผลดีด้วยซ้ำ ทำให้ฟุตบอลเป็นเกมที่เปิดสำหรับคนทั่วโลก ไม่ว่าเชื้อชาติใด หากคุณมีฝีมือ คุณก็มาโชว์ฝีเท้าให้ชาวโลกได้ชม บนแผ่นดินใดก็ได้ ซึ่งยุคนี้ เทรนด์มันอยู่บนเกาะอังกฤษ

                   แต่เมื่อ 3 วันที่แล้ว หมอนี่ออกมาพ่นอีกว่า การซื้อตัวนักเตะต่างชาติมาโชว์ฝีเท้าใน เพรอมิเอชิพ ไม่เพียงแต่มีกันล้นทีม จนบางครั้ง บางสโมสรจัดตัวผู้เล่น 11 คนแรกโดยไม่มีนักเตะอังกฤษเลย เช่น อาร์เซนอล ที่กำลังจะเจอกับ ลิเวอร์พูล ใน ยูเอ็ฟฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คืนนี้ ก็เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น  ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ นักเตะต่างชาติมันมากันตั้งแต่ระดับฝึกเล่นบอลเลย อันนี้หมายถึงระดับอคาเดมี ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง  ผมว่า ปลาตินี พูดอย่างนี้ดูเห็นแก่ตัวสุดๆ ทำไมต้องหวงเอาไว้ให้เชื้อชาติยุโรปเท่านั้น มันผิดจากภาพความปรารถนาดีของฟีฟ่าที่อยากเห็นฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นสนุกทุกหนแห่ง พัฒนาฝีมือสูสีกัน สู้กันอย่างมีลุ้น ไม่ว่าจะเป็นทีมจากมุมไหนของโลก

                   ถ้าไม่มีการส่งเด็กๆจากบ้านเราหรือทวีปอื่นๆไปเข้า อคาเดมี หรือมีโอกาสลงเล่นในลีกดังๆในยุโรป เรียนรู้ ฝึกฝนทักษะกลับมาพัฒนาถิ่นกำเนิด แล้วเมื่อไหร่นักเตะจากทวีปอื่นจะก้าวขึ้นไปสู่ระดับโลก  ผมบอกจริงๆว่า รำคาญมากกับโควต้าทีมยุโรปในฟุตบอลโลกที่ได้มากกว่าทวีปอื่นใดตลอดเวลา โดยอ้างเหตุผลว่า ทีมในทวีปยุโรปมีมาตรฐานสูงกว่ามาก เมื่อดูทีมจากทวีปอื่นเล่นแล้วเซ็ง  ถ้าจะเอาเปรียบโควต้ากัน เราก็จำเป็นต้องยอมรับ เพราะมาตรฐานฟุตบอลเราต่ำอย่างที่หมอนี่ว่าจริงๆ  แต่ในขณะเดียวกัน หากเราจะพัฒนา ยกระดับฟุตบอลของเราให้ทัดเทียมกับฟุตบอลยุโรป ปลาตีนี ก็ไม่ควรเข้ามาขวาง

                   ย้อนกลับมาเสยคาง ปลาตินี ในกรณีคุมกำเนิดนักเตะต่างชาติ ต่างทวีปในยุโรป ผมก็อยากจะเรียนท่านผู้อ่านว่า ฝรั่งเศสเองแหละที่อุดมไปด้วยนักเตะต่างทวีป เมื่อตอนที่ประเทศฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกซึ่งตนเองเป็นเจ้าภาพในปี 1998 ก็มีนักเตะที่มีเชื้อสายจากต่างทวีปกว่าครึ่งทีม จนคำว่า เบลอ บล็อง รูช ( Bleu Blanc Rouge ) ที่แปลว่า น้ำเงิน ขาว แดง หมายถึง สีธงชาติ อันเป็นคำที่ใช้เรียกขาน บ่งบอกความเป็นชาติฝรั่งเศส ถูกล้อเลียนว่า แบล็ค บล็อง เบอร์ ” ( Black Blanc Beur ) หมายถึง ดำ ขาว อาหรับ เพราะทีมชาติชุดนั้นเต็มไปด้วยนักเตะแขกขาวและแขกดำทั้งนั้น หาฝรั่งเศสแท้ๆแทบไม่เจอ ปลาตินีก็แสดงความไม่พอใจ โดยกล่าวตำหนิคนที่พูดอย่างนี้ว่า มีความคิดล้าหลังไปตั้ง 30 ปี เพราะคนฝรั่งเศสประกอบด้วยหลายเชื้อชาติมามากกว่า 30 ปี จนกลายเป็นฝรั่งเศสไปแล้ว อย่างตัวเขาเอง ก็ไม่ถือว่าตนเองเป็นอิตาเลียน พูดเข้าตัวซะงั้น

                   ครั้งหนึ่งที่ มิเชล ปลาตินี ในฐานะผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสได้รับการต้อนรับจากเทศบาลเมืองเบลฟอร์ ( Belfort ) เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส  นายกเทศมนตรีเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับ โดยความตอนหนึ่งได้กล่าวสดุดี ปลาตินี ว่า เป็นตัวอย่างของชาวต่างชาติที่กลายมาเป็นคนฝรั่งเศสที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ  ซึ่ง ปลาตินี เผยในภายหลังว่า แทนที่เขาจะรู้สึกปลื้ม กลับฉุนเอามากๆ และเกือบหลุดคำผรุสวาทสวนกลับไปแล้ว  เขาช็อคมาก ไม่เคยคิดว่าตนเองเป็นชาวต่างชาติ ไม่เคยพูดภาษาอิตาเลียน อัลโด พ่อของเขาก็ไม่เคยพูดอิตาเลียน ปู่ก็พูดภาษาฝรั่งเศส ทำไมจึงต้องยกตัวอย่างนี้วะ

                   ผมว่าถ้า ยูเอ็ฟฟ่า ออกมาตรการคุมกำเนิดนักเตะต่างทวีปตั้งแต่ระดับอคาเดมีจริงๆ พลังเอเชีย อัฟริกา อเมริกา และออสเตรเลียคงต้องประท้วงด้วยการไม่ชม ไม่เชียร์ฟุตบอลจากทวีปยุโรปไปเลย เล่นกันเอง ดูกันเองอยู่ในทวีปของเอ็งก็แล้วกัน  แม้วันนี้จะรู้สึกหงุดหงิดกับตำนานลูกหนังฝรั่งเศสไปหน่อย แต่ผมมีคำสอนจาก อัลโด พ่อของ ปลาตินี มาฝากนักเตะไทย ฟังดูแล้วอาจพื้นๆ แต่ว่ามันสำคัญเหลือเกิน และเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ มิเชล ปลาตินี ประสบความสำเร็จในอาชีพนักเตะครับ นั่นคือ เอ็งต้องรู้ก่อนนะว่า จะส่งบอลให้ใคร ก่อนที่จะได้บอล