HOMEBIOSGALLERYARTICLESSATELLITE TVCONTACTS

กษิติ กมลนาวิน พรรคเพื่อแผ่นดิน เบอร์ 1 เขต 9 ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ จอมทอง

 
EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน

11 มิถุนายน 2551

 

มนุษย์สายฟ้าแลบ bis

 

                   วันนี้เราจะมาดูกันครับว่า นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีมนุษย์คนไหนวิ่ง 100 เมตรได้เร็วกว่า 10 วินาทีบ้าง  ซึ่งผมคัดเอาเฉพาะคนที่สร้างสถิติใหม่ ทำลายสถิติเดิม และไม่ติดข้อหาใช้สารกระตุ้นนะครับ  เริ่มตั้งแต่ก่อนปี 1977 ที่ยังใช้ระบบแมนนวลกันอยู่  จิม ฮายน์ส ( Jim Hines ) นักกรีฑาชาวสหรัฐทำเวลาเอาไว้ที่ 9.9 วินาที เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1968 ที่ซาคราเมนโต แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ถือเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่วิ่ง 100 เมตรได้เร็วกว่า 10 วินาที  หลังจากนั้นไม่ถึง 3 เดือน คือวันที่ 14 ตุลาคม 1968 หมอนี่ก็ไปคว้าเหรียญทองรายการวิ่ง 100 เมตรชายในโอลิมปิค เกมส์ที่ประเทศเม็กซิโก ด้วยเวลา 9.95 วินาที ซึ่งที่เม็กซิโกนั้น เขาเริ่มใช้ระบบจับเวลาอีเล็คโทรนิคส์ คือระบบ FAT แล้ว  ฮายน์ส ครองความเป็นเจ้าแห่งความเร็วยาวนานร่วม 15 ปี กว่าจะมีมนุษย์คนใหม่บังอาจมาทำลายสถิติของเขา นั่นคือ แคลวิน สมิธ ( Calvin Smith ) ลมกรดเพื่อนร่วมชาติ ด้วยเวลา 9.93 วินาที เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 1983 ที่คอลโลราโด สหรัฐอเมริกา

                   แคลวิน สมิธ ยืนหล่ออยู่ได้ 5 ปี ก็ถูก คิง คาร์ล หรือ คาร์ล ลูอิส ( Carl Lewis ) ลมกรดสหรัฐฯ ทำลายสถิติด้วยเวลาที่เร็วกว่าเพียง 1 ส่วน 100 วินาทีเท่านั้น นั่นคือ 9.92 วินาทีในโอลิมปิค เกมส์ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 1988  ซึ่งการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย รอบชิงชนะเลิศคราวนั้นเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์กรีฑาที่โลกต้องจดจำ  โดย 2 สุดยอดลมกรดของโลกโคจรมาพบกัน คนหนึ่งคือ เบน จอห์นซัน ( Ben Johnson ) นักวิ่งแคนาดา เชื้อสายจามายกา กับ คาร์ล ลูอิส จากสหรัฐฯ  นี่ถือเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีในโลกกรีฑา ซึ่งการแข่งขันจบลงโดย เบน จอห์นซัน เข้าเส้นชัยก่อนด้วยเวลา 9.79 วินาที พร้อมกับชูนิ้วชี้มือขวาขึ้นขณะที่หันหน้าไปมองเย้ย คาร์ล ลูอิส ในช่องวิ่งทางซ้ายของเขาซึ่งตามมาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยเวลา 9.92 วินาที  วันรุ่งขึ้น โทรอนโท สตาร์ ( Toronto Star ) หนังสือพิมพ์ของแคนาดาลงพาดหัวสดุดีชัยชนะของ เบน และขนานนามเขาว่า “ Benfastic ” คำนี้คงจะเอาชื่อ Ben มาผสมกับคำว่า fantastic ที่แปลว่า มหัศจรรย์ กระมัง  ยิ่งไปกว่านั้น เมื่ออะไรมันดูดีไปหมด เบน ถือโอกาสคุยทับซะอีกว่า นี่ถ้าจังหวะตอนเข้าเส้นชัยนั้น ผมไม่ชูมือขึ้น เวลาที่ออกมาจะเร็วกว่านี้อีกนะครับ

                   ถึงแม้ว่าเวลา 9.79 ที่ เบน จอห์นซัน ทำได้จะเป็นการสร้างสถิติใหม่ แต่ถัดจากนั้นเพียง 3 วัน ผลการตรวจตัวอย่างปัสสาวะของเขา พบว่ามีสารสตาโนโซลอล ( Stanozolol ) ซึ่งเป็นสารต้องห้าม ทำให้ชัยชนะถูกเพิกถอน เบน ถูกริบเหรียญคืน แล้วมีการเลื่อนอันดับรองลงไปขึ้นมาแทนที่  นี่เองจึงเป็นเหตุให้ คิง คาร์ล ได้เหรียญทอง และเวลา 9.92 วินาทีของเขา ซึ่งดีกว่าเวลาของ แคลวิน สมิธ ก็กลายเป็นสถิติใหม่

                   ลมกรดคนต่อมาที่สร้างสถิติใหม่ก็ยังเป็นชาวสหรัฐฯ นั่นคือ ลีรอย เบอร์เรล ( Leroy Burrell ) เขาทำไว้ที่ 9.90 วินาทีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 1991 ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ซึ่งหลังจากนั้นราว 2 เดือนเศษ คิง คาร์ล ก็กลับมาทวงความเป็นจ้าวลมกรดของโลกด้วยการทำสถิติใหม่อีกครั้งด้วยเวลา 9.86 วินาทีที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 1991  ก่อนที่ เบอร์เรล จะแซงกลับคืนได้ในอีก 3 ปีต่อมาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 1994 ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิสด้วยเวลา 9.85 วินาที

                   อีก 2 ปีต่อมา ในโอลิมปิค เกมส์ที่เมืองแอตแลนตา จอร์เจีย สหรัฐอเมริกา งานเดียวกับที่ สมรักษ์ คำสิงห์ คว้าเหรียญทองเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยจากมวยสากล รุ่นเฟเธอร์เวท 57 กิโลกรัม  โดโนแวน เบลีย์ ( Donovan Bailey ) นักวิ่งแคนาดาก็บุกไปพังสถิติคว้าเหรียญทองในรายการวิ่ง 100 เมตรชายได้สำเร็จด้วยเวลา 9.84 วินาทีเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1996  นี่ถือเป็นนักวิ่งที่ไม่ใช่ชาวสหรัฐฯคนแรกเลยตั้งแต่เริ่มยุคของการจับเวลาแบบ FAT ที่ก้าวเข้าสู่ทำเนียบลมกรด 100 เมตรชายที่เร็วกว่า 10 วินาที เพราะแม้ เบน จอห์นซัน นักวิ่งรุ่นพี่จะเคยทำได้ถึง 2 ครั้ง แต่ก็ถูกเพิกถอนไปหมดด้วยข้อหาใช้สารกระตุ้น

                   สัปดาห์หน้าถึงตอนจบแล้วครับ  เราจะมาดูกันว่า ลมกรดคนใดทำเวลายิ่งเร็วขึ้นอีกจนถึงปัจจุบัน  นอกจากนั้น ขอแถมด้วยกฎเกณฑ์ วิธีการของกรีฑาในการจัดวางนักวิ่งลงในช่องวิ่งต่างๆว่า เขาทำอย่างไร เมื่อเรารู้ตรงนี้ก็จะเข้าใจและชมกีฬาสนุกขึ้นเยอะเลย  สัปดาห์หน้าครับ